วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

“อั้ม” รับเที่ยวฮ่องกงกับ “แอมป์” วอนหยุดคุ้ยเรื่องรัก





เรียกว่ายังถูกจับตามองในเรื่องความรักอยู่ตลอดเวลา สำหรับซุป’ตาร์  ตัวแม่อย่าง อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ล่าสุดมีข่าวว่าเจ้าตัวไปเที่ยวฮ่องกงกับไฮโซ แอมป์-พิธาน องค์โฆษิต งานนี้สาวอั้มเผยว่าไปด้วยกันจริง ส่วนแอมป์จะเป็นหวานใจตัวจริงหรือเปล่านั้นขออุบไว้ก่อน และขอวอนว่าตอนนี้อย่าเพิ่งมาขุดคุ้ยเรื่องความรักของตัวเอง เพราะถ้าพร้อมเมื่อไหร่เจ้าตัวจะบอกเอง

อั้ม เผยว่า “คุณแอมป์ไปทำงานค่ะ ไปประชุม แล้วอั้มไปกับเพื่อน ๆ อั้มอยู่แล้ว ก็ได้เจอกันอยู่แล้ว ไม่ได้ปิดบังอะไร เป็นเพื่อนกัน” คนจับตามองระหว่างอั้มกับแอมป์ เหมือนว่าเขามาวินที่สุดแล้ว? “เป็นเพื่อนกันมาสักพักแล้ว” คนนี้ใช่หวานใจคนใหม่รึเปล่า? “หวานใจคนใหม่ก็ยังไม่บอกแล้วกันนะคะว่าเป็นใคร แต่มีแล้วค่ะ มีคนคุย ๆ ไม่อยากพูดถึงเรื่องผู้ชายคนอื่นแล้ว อยากจะย้ำอีกทีว่าการที่เราลงรูปแขนกับนาฬิกาผู้ชาย เหมือนที่อั้มเคยพูดไปเป็นการยืนยันกับเราสองคนเท่านั้นเองว่าคือคนนี้ คนนอกอาจจะไม่รู้ว่าลงทำไม ลงก็ไม่เห็น แต่เราต้องการรู้กันสองคนว่าคือคนนี้ แต่เราไม่อยากเปิดเผยตัวค่ะ เอาเป็นว่ามีแล้ว และไม่อยากมีข่าวกับผู้ชายคนอื่นนะ เรามีสิทธิเป็นเพื่อนได้ค่ะ” แอมป์ใช่คนนั้นรึเปล่า? “เดี๋ยวก็ได้รู้ค่ะว่าคนไหนค่ะ” ยังติดอะไรอยู่ถึงยังไม่อยากพูดตอนนี้? “ยังไม่อยากพูด พูดไปแล้วมันก็ไม่ดี รอสักพักนึงแล้วกัน ค่อย ๆ ดูกันไปดีกว่า” หวานใจคนใหม่น่ารักยังไงบ้าง? “ก็ดี เข้ากันได้ดี อยู่กันเงียบ ๆ ดีกว่าเพราะว่าเวลาคนเห็นทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีปัญหา อั้มขออยู่แบบเงียบ ๆ ก็มีความสุขดีในช่วงนี้ ไม่ต้องขุดคุ้ยว่าเป็นใครหรอกเนอะ” ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไหม? “ก็ไปปกติค่ะ คืออั้มไม่ได้ปิดบัง ผู้หญิงไม่จำเป็นว่าจะไปกับผู้ชายไม่ได้ ก็มีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่ก็แค่รู้กันสองคนว่าเราคุยกันอยู่นะ แค่นั้นเองค่ะ” มีข่าวกับแอมป์หวานใจเราโอเคไหม? “ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ” หวานใจคนนี้ไปฮ่องกงด้วยกันรึเปล่า? “ไม่พูดถึงเรื่องผู้ชายดีกว่านะ (ยิ้ม)” กลัวคนสับสนไหมว่าเดี๋ยวถูกจับคู่ไฮโซคนโน้นคนนี้เป็นข่าวอีก? “ไม่มี ถ้ามีจริง ๆ จะบอก ตอนนี้มีคุยแล้วค่ะ หลังจากไม่ได้คุยกับใครมานานก็มีความสุขดีตอนนี้”

คนนี้เพื่อน ๆ ไฟเขียวไหม? “ดีค่ะ ๆ อั้มรักใคร เพื่อนก็รักด้วย” แอมป์มีรูปคู่กับตาล-กัญญา ได้ถามถึงเรื่องนี้ไหม? “จริง ๆ ไม่อยากเอาน้องเข้ามาเป็นประเด็น เพราะสงสารเขา ก็เคยรู้จักกันมาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ซึ่งนานมากแล้ว ก็ไม่อยากเอาน้องเขามาพาดพิงด้วย เกรงใจเขาด้วย แล้วนักข่าวไปสัมภาษณ์น้องเขาเดี๋ยวเป็นปัญหาอีก เพราะไม่ได้คุยกันมาหลายปีมากแล้วค่ะ” แอมป์ได้ชี้แจงถึงรูปนี้ไหม? “ไม่ค่ะ ไม่ได้ถามอะไร ก็บอกว่ามีข่าวนะ เวลาอั้มมีข่าวกับเขาก็เกรงใจเขา เพราะเอาชื่อเขามาเกี่ยวข้องด้วย” พักหลังมีคนเห็นอั้มไปกับแอมป์บ่อย? “เหรอคะ เป็นคนนี้รึเปล่า” ตกลงเป็นแอมป์ใช่ไหม? “เห็นคนไหนล่ะ (ยิ้ม) จริง ๆ ไปกับเพื่อนผู้ชายเยอะค่ะ ไม่ได้อยากให้สับสน แต่ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตอนนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องอยากรู้เรื่องของอั้ม (หัวเราะ) อั้มอยากบอกอะไรอั้มบอกเอง ไม่ได้ว่านะคะ ขอโทษด้วยค่ะ”.

“ชาคริต” จัดฮันนีมูนสุดสวีท เปย์ “วุ้นเส้น” หลักล้าน!





แต่งงานกันปุ๊บก็ควงกันไปฮันนีมูนที่ฝรั่งเศสปั๊บ สำหรับ วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ ชาคริต แย้มนาม โดยเมื่อวันก่อนทั้งคู่เพิ่งกลับจากฮันนีมูน สาววุ้นก็หน้าตาแช่มชื่น ยอมรับว่าทริปนี้สวีทเพราะไปฮันนีมูน แล้วชาคริตก็ป๋าสุด ๆ ทริปนี้เสียไปเป็นล้าน

วุ้นเส้น กล่าวว่า “สนุกมาก ยังเหนื่อยอยู่เลย เพราะเพิ่งกลับมาแล้วไปทั้งหมด 12 วันค่ะ ไปประเทศเดียวแต่ว่าหลายเมือง เริ่มจากไปเที่ยวดูธรรมชาติก่อน แล้ววันหลัง ๆ ก็มาเที่ยวในเมืองชอปปิง ปารีสเป็นเมืองสุดท้าย จริง ๆ ต้องกลับมาตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่เครื่องดีเลย์ เขาก็ปล่อยเกาะเราไว้ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่เขาก็รับผิดชอบให้เรานอนที่สวิสคืนหนึ่ง ถือว่าโชคดีได้อยู่สวิสอีกวันหนึ่ง” ทริปนี้สวีทกันขนาดไหน? “พูดไม่ได้ ก็สวีทเพราะว่าเราไปฮันนีมูน แล้วแต่ละที่มันโรแมนติกด้วย พี่คริตแพลนเรื่องร้านอาหาร ซึ่งแต่ละร้านก็อร่อยด้วย พี่คริตเป็นคนเตรียมทุกอย่างหมดเลย” ชาคริตทำเซอร์ไพร้ส์อะไรหรือเปล่า? “เขาก็ซื้อของให้ อายไม่อยากบอกใคร เหมือนว่าเราไปชอปปิงเขาก็มีซื้อกระเป๋า มีสร้อย มีแหวนอะไรแบบนี้” ครั้งนี้ชาคริตเป็นป๋าไหม? “ป๋ามาก (หัวเราะ) แต่เราก็ตอบแทนเขาเหมือนกัน ซื้อรองเท้าให้ค่ะ” เรียกว่างานนี้ช้อปได้กระจาย? “ไม่หรอก บางทีพี่คริตเห็นว่าอันนี้สวย แต่เรารู้สึกว่ามันแพงไป เขาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการให้ ซื้อให้หลายอย่าง ก็เกรงใจเขาเหมือนกัน แต่เขาแฮปปี้ที่ได้ซื้อของให้เราค่ะ” หมดไปเยอะไหมครั้งนี้? “เยอะค่ะ แต่บอกไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ถามว่าถึงล้านมั้ย ของฝรั่งเศสแพง รวม ๆ ทุกอย่างก็เยอะอยู่แล้ว ก็ประมาณนั้นค่ะ”

มีแพลนที่จะพักอีกเมื่อไหร่? “ไปครั้งนี้พี่คริตคงกระเป๋าเบาไปเยอะ เขาต้องถ่ายละครก่อน ให้ละครปิดกล้องก่อนค่อยไปกันอีกที แล้วก็แพลนกันไว้ว่าปีนี้จะไปญี่ปุ่น พาพ่อแม่ไปด้วย” ไปฮันนีมูนด้วยกันครั้งนี้เปลี่ยนใจมีลูกเลยไหม? “ยังค่ะ คงเป็นปีหน้า เราได้คุยเรื่องนี้กันแล้วเหมือนกัน รู้สึกว่าไปต่างประเทศด้วยกันครั้งนี้ดูจะตื่นเต้นเวลาเห็นเด็กฝรั่งเป็นพิเศษ เขาจะชมตลอด วุ้นก็บอกว่าทำให้ไม่ได้นะแบบเด็กฝรั่ง ถ้าอยากได้ลูกครึ่งทำให้ไม่ได้นะ(หัวเราะ)” แสดงว่าเขาอยากมีลูกแล้ว? “เขาอยากมี แต่เขารู้ว่าเรายังไม่พร้อม รอให้เราเที่ยวให้อิ่มก่อน ขอ 1 ปีแล้วกัน” เรียกว่าตอนนี้ชาคริตเห็นเด็กไม่ได้? “เห็นได้ แต่เขาจะตื่นเต้น เหมือนรู้สึกว่าเขาพร้อมจะเป็นพ่อยังไงก็ไม่รู้ (หัวเราะ) แต่ว่าเดี๋ยวก่อนยังไม่พร้อม ขอมีท้องแบน ๆ ไว้ก่อนค่ะ”.

"เป้ย-ป๊อบ"ฉลองสมรสแย้มพร้อมมีทายาท





"เป้ย-ป๊อป"ฉลองสมรส เล็งหาฤกษ์จดทะเบียน เจ้าบ่าวหวานลั่นจะรักเจ้าสาวคนเดียว แย้มพร้อมมีทายาททันที
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ได้มีงานฉลองสมรสของคู่บ่าวสาว เป้ย-ปานวาด เหมมณี และ ป๊อบ-นิธิ บุญยรัตกลิน โดยก่อนงานเริ่มเจ้าบ่าวเจ้าสาว ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ โดยเจ้าบ่าวอยู่ในชุดทหารเรือเต็มยศ เจ้าสาวอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสไตล์คลาสสิค เหมือนเจ้าหญิงในนิยาย ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ชั้นดีจากฝรั่งเศส ประดับด้วยเพชรของชวารอฟกี้ ของดีไซเนอร์ วาทิต อิทธิ

เป้ย เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมไปด้วยความสุขถึงความรู้สึกในวันนี้ ว่า วันนี้ตื่นเต้นมาก แต่ก็ดีใจที่สุด ชีวิตครั้งนี้เป็นอะไรที่มีความสุขมาก เพิ่งรู้สึกว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร มันบรรยายไม่ถูก ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรสนั้นต้องหาวันว่างอีกที ต่อไปก็คงเปลี่ยนเป็นนางแล้วเปลี่ยนนามสกุลด้วย ส่วนเรื่องมีลูกนั้นก็พร้อมแล้ว การมีครอบครัวก็แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ก็คงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แม่พี่ป๊อปก็อยากมีหลานเลย และที่คุณป๊อบจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ เป้ยคงต้องไปด้วยอยู่แล้ว แต่ต้องดูเรื่องงานอาจจะไป ๆ กลับ ๆ

ด้าน ป๊อบ เปิดเผยว่า หลังจากที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมาสักระยะหนึ่ง ความรู้สึกไม่ได้เปลี่ยนไป เรายังรู้สึกเหมือนตอนเป็นแฟนกัน แต่มีความสุขมากขึ้น ตื่นขึ้นมาแล้วมีคนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกดี เป้ยเป็นคนดี สำหรับเรื่องจดทะเบียนสมรสนั้น คงต้องดูวันที่เหมาะสมอีกที ส่วนเรื่องฮันนีมูนนั้นเราไม่ได้ซีเรียส ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ รอหาจังหวะที่สะดวก ทุกวันนี้เราปรับตัวกันน้อยมาก เพราะเราต่างเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่คบกันแล้ว ไม่ต้องปรับอะไรมาก ผมก็ให้สัญญากับเป้ยว่า ผมจะเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี จะรักเขาคนเดียว จะพาครอบครัวไปในทางที่ดี ผมประทับใจที่เขาพยายามจะดูแล และแสดงออกว่าเขารักผมส่วนเรื่องการทำงานของเขาผมคงให้สิทธิ์เขาเต็มที่ เพราะรู้ว่าเป็นงานที่เขารัก เขาชอบ ส่วนเรื่ิองลูกนั้นอยากได้ลูกผู้ชาย เพราะสังคมปัจจุบันมันน่ากลัว ผู้ชายน่าจะดูแลตัวเองได้ดีกว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในงานว่ามีการ์ดคอยดูแลรักษาความปลอดภัยเข้ม.

เด้ง"ผู้การแต้ม"เข้ากรุเซ่นม็อบล้อมสภา





เด้ง "วิชัย สังข์ประไพ" เข้ากรุเซ่นม็อบล้อมสภา เจ้าตัวรับสภาพบอกทุกอย่างเป็นสัจธรรม
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) เดินทางมามอบนโยบายให้กับข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผู้บังคับการ และผู้กำกับการ ทุกโรงพักในเขตพื้นที่นครบาล ภายหลัง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งแต่งตั้งให้มาปฏิบัติหน้าที่แทน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ซึ่งถูกโยกย้ายให้ไปช่วยราชการสำนักงาน ผบ.ตร. เป็นเวลา 30 วัน

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกกังวลหรือหนักใจที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่แทนในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองในการคัดค้าน พ.ร.บ. ปรองดอง เนื่องจากที่ผ่านมา พล.ต.ท.วินัย ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีอยู่แล้วทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แม้จะมารักษาราชการแทนเพียง 30 วัน แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งหรือแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจใด ๆ ทั้งสิ้น ในส่วนของสำนักงาน พล.ต.ท.วินัย ก็ทำงานกันตามปกติ ตนจะใช้ห้องประชุมปารุสกวัน 2 เป็นสถานที่ในการทำงาน ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ เบื้องต้นจะใช้แผนในการปฏิบัติเดิมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดไว้ โดยจะเน้นการเจรจากับผู้ชุมนุมเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ได้เซ็นหนังสือคำสั่งที่ 313/2555 ให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. ดูแลงานด้านยาเสพติดไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากหน้าที่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลา 30 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งคำสั่งโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง พล.ต.ท.วินัย เพิ่งถูกสั่งโยกในลักษณะเดียวกันเพียง 1 วัน โดยคาดว่าเป็นผลพ่วงมาจากการควบคุมการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ล้อมสภาจนบรรดา ส.ส.ไม่สามารถเข้าประชุมได้

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้น ๆ ว่า รับทราบคำสั่งแล้ว ถือว่าพักผ่อน ทุกอย่างเป็นสัจธรรม.

โจรสาวสุดแสบแอบฉกกระเป๋าเมียที่ปรึกษา มท.2





โจรสาวสุดแสบดอดฉกกระเป๋าเมียที่ปรึกษา มท.2 ถึงล็อกเกอร์โยคะดัง รูดทองนับแสน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 พ.ค.น.ส.ศิวพลอย เลิศหมู่มงคล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159/427 คอมมอนเวลคอนโด แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด ภรรยาของ นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ อายุ 50 ที่ปรึกษานายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เมธี คำวิมล รอง ผกก.สส.สน.บางยี่ขัน ว่าถูกลักทรัพย์ขณะที่เข้ามาใช้บริการเล่นโยคะที่แอ๊บเซอลูทโยคะ ชั้น 14 อาคารบี ทาวเวอร์ ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า

น.ส.ศิวพลอย ให้การว่า เล่นโยคะมาหลายปีแล้วโดยช่วงเวลา13.00 น.ได้เข้ามาเล่นโยคะ เมื่อเดินเข้ามาทาทางพนักงานก็ได้ให้กุญแจล็อกเกอร์หมายเลข 62 จากนั้นได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาเล่นโยคะและนำกระเป๋าถือแบบผู้หญิงวางไว้ด้านในซึ่งภายในมีประเป๋าสตางค์ 2 ใบโดยใบแรกเป็นแบบพับภายในบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทย บัตรประชาชน และบัตรสำคัญอื่น ส่วนอีกใบเป็นกระเป๋าแบบซิบภายในมีเงินประมาณ 1 หมื่นบาท แต่ไม่ได้ล็อคกุญแจเพราะคิดว่าตู้ล็อกเกอร์นั้นอยู่ใกล้กับพนักงานตอนรับและเล่นที่นี้มานานซึ่งก็ไม่เคยล็อก


ผู้เสียหาย ให้การต่อว่า จากนั้นไปเล่นโยคะเหมือนทุกวัน เวลาประมาณ 16.00 น. จึงเดินกลับเข้ามาเพื่ออาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็เดินมาที่ตู้ล็อกเกอร์เพื่อที่จะนำเงินไปชำระ กลับพบว่ากระเป๋าหายไป จึงรีบโทรไปอายัดบัตรทั้งหมดไว้ ซึ่งทางพนักงานของทางธนาคารแจ้งว่าบัตรมีการชำระทองคำที่ร้านทองภายในห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าถึง 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันรวมเป็นเงิน 127,000 บาท จึงรีบแจ้งความดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางห้างและร้านทอง พบเบาะแสคนร้ายเป็นหญิงรูปร่างสูงใหญ่ใส่ชุดแซกสีน้ำเงิน สวมแว่นกันแดด สะพายกระเป๋าใบใหญ่สีเหลือง ใส่วิกผมยาวสวมหน้ากากอนามัยและเดินคุยโทรศัพท์ ก่อนเข้าร้านทองจึงถอดหน้ากากอนามัยออก จากนั้นนำบัตรเดบิตและบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปยื่นซื้อทองดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตามคนร้ายรานนี้มาดำเนินคดีต่อไป

"เพื่อไทย"ประชุมพรรคล่าชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ




โฆษกพรรคแจง การรับคำร้องไว้พิจารณาเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพราะผู้ที่ดำเนินการยื่นเรื่องคือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องดังกล่าวต้องให้อัยการสูงสุดดำเนินการพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (3 มิ.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับ 5 คำร้องเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาทำให้ต้องชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 5 มิ.ย.ออกไปก่อนนั้น จะส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า  พรรคเพื่อไทยไม่มีความผิด เพราะการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก รับคำร้องไว้พิจารณานั้นเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 อย่างชัดเจน  เพราะผู้ที่ดำเนินการยื่นเรื่องคือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องดังกล่าวต้องให้อัยการสูงสุดดำเนินการพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงรัฐธรรมนูญ ส่วนที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก รับคำร้องไว้พิจารณานั้นเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 อย่างชัดเจน  เพราะผู้ที่ดำเนินการยื่นเรื่องคือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องดังกล่าวต้องให้อัยการสูงสุดดำเนินการพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง

ทั้งนี้การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงมีกรณีเดียวคือถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ที่อาจยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บทบัญญัติของกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นการที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับมีมติรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ดังนั้นอาจเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาจจะถูกถอดถอนได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าขณะนี้มีนักวิชาการกำลังดำเนินการล่ารายชื่อแล้ว เนื่องจากเห็นว่าการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้เข้าข่ายขัดกฎหมาย

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เตรียมดำเนินการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้จะต้องดำเนินการตรวจสอบ เพราะส่วนตัวเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะน่าดำเนินการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญเอง ส่วนท่าทีของพรรคเพื่อไทยนั้น ทางพรรคจะมีการประชุมพรรคในวันที่ 5 มิ.ย.นี้  คาดว่าจะมีการหารือถึงเรื่องดังกล่าวด้วย เนื่องจากทีมกฎหมายของพรรคระว่ากรณีดังกล่าวนี้ผิดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน และน่าจะเป็นตุลาการภิวัฒน์อีกครั้ง.

“จาตุรนต์” ฉะรัฐประหารโดยตุลาการภิวัฒน์





หนุนปลุกมวลชนต้าน แนะสภาเดินหน้าเปิดประชุม ลงมติแก้ รธน.วาระ 3
ที่โรงแรมอมารี เอเทรียม เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่า ท่ามกลางข่าวลือกองทัพจะก่อการรัฐประหารนั้น ขณะนี้ไม่จำเป็น เพราะจริงๆ แล้วเกิดการรัฐประหารโดยตุลาการภิวัฒน์แล้ว โดยเป็นการเล่นกลทางภาษาไทยอย่างพิสดารมาหักล้างหลักการใหญ่ของรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นใครที่คิดต่อต้านควรกระทำได้แล้ว ที่พูดเช่นนี้เพราะสถานการณ์ปัจจุบันเกิดการรวมตัวของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองเป้าหมายล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยไม่คำนึงถึงกติกาบ้านเมืองหรือข้อบังคับใดๆ ขณะเดียวกันก็มีความร่วมมือกันของฝ่ายตุลาการเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพียงแต่ครั้งนี้จะมีผลกระทบมากกว่า เพราะตุลาการภิวัฒน์จะเปลี่ยนแปลงเนื้อหารัฐธรรมนูญ สกัดกั้นประชาชนที่จะเข้าชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยผ่านกลไกรัฐสภาในอนาคต ปิดช่องทางทางสังคมที่จะแก้ไขปัญหาความแตกแยกโดยกระบวนการตามวิถีประชาธิปไตย


นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไต่สวน และมีคำสั่งชะลอเรียกประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เสียเอง ทั้งเรื่องขั้นตอนที่ให้อัยการสูงสุดต้องส่งคำร้อง และเรื่องของการรองรับอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการออกข้อกฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจแม้แต่วินิจฉัย เว้นแต่กรณีที่เป็นพระราชบัญญัติ นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเท่ากับเป็นการยึดอำนาจไปจากประชาชน


“ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ ล้มกระบวนการเช่นนี้ เท่ากับผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตครั้งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ล่อแหลมสู่การเผชิญหน้า ผมเสนอว่าวิธีการคัดค้านเฉพาะหน้าสิ่งแรก รัฐสภาต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลผูกพันองค์กรอื่น ดังนั้นต้องเดินหน้าเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติในวาระ 3 และ ส.ส.ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรวมถึงองค์กรที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ส่งคำชี้แจง ควรปฏิเสธคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญด้วย และผมเห็นด้วยที่ประชาชนจะเข้าชื่อยื่นถอดถอนตุลาการ เนื่องจากกระทำการขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง” นายจาตุรนต์ กล่าว


เมื่อถามว่าหากในกรณีที่ประธานรัฐสภาเรียกประชุมลงมติวาระ 3 แต่ ส.ส.กลัวความผิด ไม่กล้าเข้าประชุมลงมติ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ก็อาจเป็นไปได้ที่ ส.ส.บางคนเกิดความกลัวอำนาจศาล แต่ที่ทำอยู่นี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจลงโทษใคร แต่ถ้าสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการล้มล้างประชาธิปไตย และลงโทษสั่งยุบพรรค ถ้าทำอย่างนั้นก็ไปกันใหญ่ แสดงว่าเราอยู่ภายใต้ความกลัวของอำนาจที่มิชอบ


ผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับสิทธิทางการเมืองคืนแล้ว จะร่วมลงชื่อถอดถอนด้วยหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการมายุยง ส่งเสริมและปลุกระดมมวลชนเพื่อให้ไปดำเนินการใช้สิทธิ ส่วนตัวจะลงชื่อด้วยหรือไม่ขอดูก่อน เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปบิดเบือน  อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความพยายามที่จะยึดอำนาจของประชาชนจากชนชั้นกลาง เพียงเพราะต้องการรักษาอำนาจในมือของตัวเองซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศเอาไว้ แสดงให้เห็นถึงความไม่พยายามปรองดองและเป็นความเห็นแก่ตัวของกลุ่มคนเหล่านี้