วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

เพลี้ยกระโดดเปลี่ยนพฤติกรรมระบาดทำลายข้าวชาวนา อ.นครหลวง เสียหายยับ

พระนครศรีอยุธยา - เตือนระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เปลี่ยนพฤติกรรมหลังน้ำท่วมใหญ่ ออกมาแพร่ระบาดกัดกินช่วงต้นข้าวออกรวงฆ่าทำลายยาก พบขณะนี้เพลี้ยกระโดดกำลังแพร่ระบาดกัดกินทำลายต้นข้าวที่กำลังออกรวงที่ อำภอนครหลวง พระนครศรีอยุธยา เสียหายย่อยยับนับพันไร่ ให้สังเกตเวลากลางคืนออกมาเล่นไฟให้ระวัง      
       วันนี้ (12 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกำลังแพร่ระบาดกัดกินต้นข้าวได้รับความเสียหายย่อยยับนับหมื่นไร่ ในพื้นที่ ต.บ้านชุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบทันทีพบว่าเพลี้ยกระโดดเริ่มแพร่ระบาดเข้ามากัดกินต้นข้าวได้ประมาณ 4-5 วัน แปลงนาข้าวกว้างสุดสายตาอยู่ในสภาพล้มระเนระนาด ใบสีส้มอมน้ำตาล เมื่อเดินลงไปในแปลงนาข้าว เมื่อแหวกต้นข้าวลงไปที่โคนต้น จะพบว่า โคนต้นจะมีลักษณะเปื่อย เป็นรา ลำต้นซีดเชียวหักง่ายไม่แข็งแรง และจะล้มไปในที่สุด ตามโคนต้นยังเป็นที่อยู่อาศัยหลบซ่อนของเพลี้ยกระโดดทุกครั้งที่ตัวเพลี้ยมีขนาดเล็กมากเมื่อถูกลบกวนจะแตกฮือบินออกมาจากโคนต้นข้าวให้เห็นเป็นจำนวนมา โดยเกษตรกรกำลังเร่งฉีดพ่นฆ่าทำลายกันอย่างโกลาหล
      
       นางสำรวย ทองศรี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.3 ต.บ้านชุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เกษตรกรกำลังเร่งเร่งฉีดยาฆ่าทำลายทันที หลังพบเพลี้ยกระโดดแพร่ระบาด แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไร การแพร่ระบาดยังคงขยายออกเป็นวงกว้างเพิ่มมากยิ่งขึ้น สร้างความเสียหายแก่แปลงนาข้าวไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่ สำหรับนาข้าวที่ปลูกเป็นข้าวนาปรังที่ปลูกเป็นรอบแรกหลังน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไรเพราะยาที่ฉีดพ่นพบว่าไม่สามารถฆ่าทำลายได้
      
       นางเฉลิม โลหิตไทย อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.3 ต.บ้านชุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนเองทำนากว่า 50 ไร่ ไม่เคยปรากฏมีเพลี้ยระบาดในแปลงนาข้าวมาก่อน แปลงนาข้าวทั้งหมดกำลังเริ่มออกรวง ได้แจ้งให้ทางเกษตรอำเภอได้ทราบแล้วและบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยพบว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแพร่ระบาดช่วงต้นข้าวออกรวง เพลี้ยกระโดดจะแพร่ระบาดเฉพาะในช่วงต้นข้าวแตกกอเท่านั้น แต่หลังน้ำลดพบเพลี้ยกระโดดได้เปลี่ยนพฤติกรรมมาแพร่ระบาดขณะต้นข้าวออกรวงใบข้าวหนาแน่น ทำให้การฉีดพ่นยาทำลายเป็นไปได้ยากตกลงไปมีถึงตัวเพลี้ย จึงทำให้การแพร่ระบาดรวดเร็วยากแก่การควบคุมเป็นศรัตรูตัวใหม่ที่อันตรายเป็นอย่างมากในการกำจัดถ้าพบมีการระบาดในแปลงนาข้าว
      
       และในขณะนี้ได้มีการเตือนไปยังเกษตรกรให้ระวังเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้มาก เนื่องจากตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา และน้ำแห้งลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยแพร่ระบาดในช่วงระหว่างต้นข้าวแตกกอ หลังน้ำลดพบว่าเพลี้ยกระโดดได้ออกมาแพร่ระบาดช่วงข้าวกำลังออกรวง ซึ่งยากในการกำจัดฆ่าทำลายด้วยสารเคมี เนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะฉีด หรือพ่นสารเคมีให้ถูกตัวเพลี้ยได้ เพราะใบข้าวและรวงข้าวหนาแน่นสารเคมีพ่นลงไปไม่ถึงตัวเพลี้ยฆ่าทำลายได้
      
       ซึ่งจะต่างกับการระบาดช่วงข้าวแตกกอที่ง่ายแก่การฉีดพ่นฆ่าทำลาย จึงทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดข้าวนาปรังรอบแรกหลังน้ำลดในขณะนี้กำลังถูกเพลี้ยกระโดดทำลายอย่างหนักเสีย ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะพยายามฉีดพ่นยาสารเคมี แล้วก็ไม่สามารถฆ่าทำลายได้หมดเนื่องจากสารเคมีที่พ่นลงไปไม่ถูกตัวเพลี้ย เป็นศัตรูต้นข้าวที่อันตรายในขณะนี้

นักดาราศาสตร์ท้องถิ่น ชวนดูปรากฏการณ์ดาวศุกร์เคียงคู่ดาวพฤหัสบดีที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบชัดโดดเด่นอยู่กลางท้องฟ้าฝั่งตะวันตกต่อเนื่องขณะช่วงปลายเดือนให้เฝ้าชมดาวล้อมเดือนเรียงแถวแบบลูกตุ้มตระการตา

ฉะเชิงเทรา - นักดาราศาสตร์ท้องถิ่น ชวนดูปรากฏการณ์ดาวศุกร์เคียงคู่ดาวพฤหัสบดีที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบชัดโดดเด่นอยู่กลางท้องฟ้าฝั่งตะวันตกต่อเนื่องขณะช่วงปลายเดือนให้เฝ้าชมดาวล้อมเดือนเรียงแถวแบบลูกตุ้มตระการตา     
       วันนี้( 12 มี.ค.55ป เวลา 19.30 น. นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต นักดาราศาสตร์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชาว จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวเชิญชวนผู้สนใจเฝ้าสังเกตดูปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ที่หอดูดาวบัณฑิต ต.บางบ่อ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า จะมีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นเหนือท้องฟ้าเมืองไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสังเกตการณ์ความแปลกตาบนท้องฟ้าได้ดูอย่างเต็มอิ่ม ถึงสองครั้งสองปรากฏการณ์ ในช่วงเดือน มี.ค.55 นี้ คือ ปรากฏการณ์ดาวศุกร์เคียงคู่ดาวพฤหัสบดี(Conjunction) ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบชัดเจนโดดเด่นอยู่กลางท้องฟ้าด้านฝั่งทิศตะวันตกต่อเนื่องกันถึง 3 วัน
     
       โดยปรากฏการณ์ จะเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 13-14 และ 15 มีนาคมนี้ ทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันตกจะเกิดปรากฏการณ์ดาวศุกร์เคียงคู่ดาวพฤหัสบดี ในระยะห่างกันประมาณ 3 องศา ที่หากเฝ้ามองท้องฟ้าแล้วสังเกตการณ์ดู ก็จะทำให้รู้สึกแปลกตาจากประกายแห่งความโดดเด่นเคียงคู่กันของดาวทั้ง 2 ดวงอีกแบบหนึ่ง ที่มนุษย์บนภาคพื้นโลกจะได้ชื่นชม
     
       ขณะเดียวกันในวันที่ 26 มี.ค.นี้ จะมีปรากฏการณ์ดาวล้อมเดือนเกิดขึ้นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ โดยที่ดวงจันทร์ขึ้น 4 ค่ำ จะโคจรมาอยู่ระหว่างกลางของดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี โดยที่ดาวศุกร์จะขยับไปอยู่ทางด้านบนของดวงจันทร์ ห่างดวงจันทร์ประมาณ ๓ องศา38 ลิปดา ดาวพฤหัสบดี จะย้ายมาอยู่ทางด้านล่างห่างจากดวงจันทร์ประมาณ 5 องศา 25 ลิปดา
     
       ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ จะคล้ายกันกับปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้มที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้า เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้จะมีเพียงตาเดียว คือ ตาขวา ส่วนดาวพฤหัสบดี ไม่ได้เป็นตาซ้ายดังเดิม แต่จะกลับมาอยู่ทางด้านล่างของดวงจันทร์ จนกลายเป็นดาวล้อมเดือนแบบเรียงกัน หรือเข้าแถวตรงอยู่ในแถวเดียว ซึ่งอาจจะดูคล้ายๆ กันกับ ลูกตุ้มของอะตอม ที่มีลูกตุ้มใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีลูกตุ้มเล็กๆ เป็นปีกหิ้วอยู่ทั้งสองด้าน โดยที่ดวงจันทร์ดาวศุกร์ดาวพฤหัสบดีทั้งสามดวงนี้ อยู่ในกลุ่มดาวเดียวกัน คือ กลุ่มดาวแกะ (Aries) เป็นปรากฏการณ์ ที่สวยงามน่าติดตามอีกปรากฏการณ์หนึ่ง
     
       ในการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้าขณะเกิดปรากฏการณ์นั้น ดาวศุกร์จะมีความสว่างอยู่ที่ -4.35 ดาวพฤหัสบดีจะมีความสว่างที่ -2.07 ดวงจันทร์ในช่วงขึ้น 4 ค่ำนั้น จะมีปรากฏการณ์ Earth Shine ให้เห็นได้อย่างชัดเจนด้วย
     
       สำหรับวิธีสังเกตปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ให้ผู้สนใจมองไปบนท้องฟ้าทางด้านทิศตะวันตก สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าทันทีที่ฟ้าเริ่มมืด ซึ่งปรากฏการณ์ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดีนั้น สามารถเห็นได้ในวันที่ 13-14-15 มี.ค.55 ส่วนดาวล้อมเดือนเรียงแถวนั้น จะเห็นได้ในวันที่ 26 มี.ค.55 โดยที่ผู้สังเกตการณ์ จะต้องหาที่โล่งหรือที่สูง ไม่มีตึกหรืออาคารสูงบัง จะสังเกตเห็นได้นาน แต่ก็อาจมีอุปสรรคในการเฝ้าสังเกตการณ์ได้ คือ ฟ้าหลัว และเมฆฝน ที่มีมากในช่วงฤดูนี้
     
       สำหรับตำแหน่งทางดาราศาสตร์ของดาวพฤหัสบดีนั้น คือ RA 2 h 39.861m DEC 14
       องศา 37 ลิปดา 7 ฟิลิปดา และดาวศุกร์ที่ RA 3 h 15.95m DEC 21 องศา 17 ลิปดา 24 ฟิลิปดา โดยที่ 1 องศานั้นเท่ากับ 60 ลิปดา และ 1 ลิปดานั้นเท่ากับ 60 ฟิลิปดา นายวรวิทย์ กล่าว

จับแล้วโจรวัยโจ๋ 16 ปี บุกชิงทรัพย์แบงก์ทหารไทย ห้างบิ๊กซีนครปฐม


นครปฐม - ตำรวจตามจับกุมได้แล้วโจรวัยโจ๋อายุเพียง 16 ปี หลังบุกชิงทรัพย์แบงก์ทหารไทย ห้างบิ๊กซีนครปฐม แล้วแย่งอาวุธปืนตำรวจสายตรวจยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนซิ่ง จยย.หลบหนีไป พร้อมทรัพย์สินเงินสด 70,100 บาท อาวุธปืนขนาด.38 เจ้าหนูโจรวัยโจ๋ยอมรับสารภาพ      
       จากกรณีคนร้ายบุกเดียวใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาบิ๊กซีนครปฐม แล้วแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจธนาคาร ขณะเข้าทำการจับกุม แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีพร้อมทรัพย์สินเงินสด 70,100 บาท อาวุธปืนขนาด.38 ของ ด.ต.อุดม เพ็ชรรัตน์ เจ้าหน้าที่สายตรวจธนาคารของ สภ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 เวลาประมาณ 17.55 น.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา
      
       ล่าสุด วันนี้ (24 ก.พ.) พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 ได้นำผู้ต้องหาคนดังกล่าวออกมาแถลงข่าว โดยเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้มอบหมายสั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงส์ รองผบช.ภ.7 ร่วมกับ พล.ต.ต.เพชรัตน์ ไชยแสง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.กษณะ แจ่มสว่าง รองผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พร้อมชุดงานสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ทำการสืบสวนจากภาพวงจรปิดและพยานในเหตุการณ์จนทราบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งได้ใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีมสีฟ้า หมายเลขทะเบียน กมม 619 นครปฐม มาก่อเหตุ จึงได้นำกำลังออกติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลาประมาณ 17.00 น.
      
       พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 กล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดทรัพย์สินที่ชิงไป ได้ธนบัตรรัฐบาลไทยฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 56 ฉบับ คิดเป็นเงิน 56,000 บาท อาวุธปืนพกสั้น รีวอลเวอร์ขนาด.38 ของ ด.ต.อุดม เพ็ชรรัตน์ พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 12 นัด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีฟ้าหมายเลขทะเบียน กมม 619 นครปฐม มีดปลายแหลมพับได้สเตนเลสด้ามไม้ 1 เล่ม มีดปลายแหลมพร้อมซองแหนบ 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่น 7210 จำนวน 1 เครื่อง จึงนำตัวส่งเจ้าพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
      
       โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ หรือได้กระทำการตามหน้าที่ มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุอันควร

โจ๋16ลุยเดี่ยว มีดจี้แบงก์ อยากเปิดร้านเกม

ตร.นครปฐม รวบแล้วโจ๋อายุ 16 ซื้อวิกผมปลอมตัว บุกเดี่ยวจี้แบงก์ กวาดเงิน 70,000 พร้อมชิงอาวุธปืนของ จนท. ยิงเปิดทางหนี เมื่อ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สารภาพคิดแผน-ลงมือคนเดียว ต้องการรวมเงินให้ได้ 3 แสน อยากเปิดร้านเกม ...

จากกรณีที่คนร้ายจี้ชิงทรัพย์ ธนาคารทหารไทย สาขาย่อยห้างบิ๊กซีนครปฐม ได้เงินไปจำนวน 7 หมื่นบาท พร้อมแย่งอาวุธปืนของ ตร. ยิงเปิดทางหลบหนีไปอย่างลอยนวล ทิ้งเพียงวิกผมปลอมที่ทำตกไว้ เหตุเกิดเมื่อ 29 ม.ค.55 เวลา 18.30 น. ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น ทาง พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ได้สั่งกำชับ ตร.ที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ. เจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นครปฐม เข้าจับกุมนายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี บ้านอยู่เขต ต.ทัพหลวง อ.เมืองนครปฐม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ

12:27 น. ตรวจสอบกล้องวงจรปิดวางระเบิดขวดห้างบิ๊กซีปัตตานี

จากเหตุการณ์เผา-วางระเบิด 6 จุด 3 อำเภอ จ.ปัตตานี เมื่อ 01.00 น.วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด 2 จุด คือ ห้างบิ๊กซี และซุปเปอร์

จับแล้วโจรวัยโจ๋ 16 ปี บุกชิงทรัพย์แบงก์ทหารไทยฯ ห้างบิ๊กซีนครปฐม

นครปฐม - ตำรวจตามจับกุมได้แล้วโจรวัยโจ๋อายุเพียง 16 ปี หลังบุกชิงทรัพย์แบงก์ทหารไทยฯ ห้างบิ๊กซีนครปฐม แล้วแย่งอาวุธปืนตำรวจสายตรวจยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนบ๙ง จนน.หลบหนีไปพร้อมทรัพย์สินเงินสด 70,100 บาท อาวุธปืนขนาด.38 เจ้าหนูโจรวัยโจ๋ยอมรับสารภาพ
จากกรณีคนร้ายบุกเดียวใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยฯ สาขาบิ๊กซีนครปฐม แล้วแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจธนาคารขณะเข้าทำการจับกุม แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีพร้อมทรัพย์สินเงินสด 70,100 บาท อาวุธปืนขนาด.38 ของ ด.ต.อุดม เพ็ชรรัตน์ เจ้าหน้าที่สายตรวจธนาคารของ สภ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2555 เวลาประมาณ 17.55 น.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามและจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้วเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา

โจรวัยโจ๋ปล้นแท็กซี่จัดยัดฝากระโปรงชิงทรัพย์


โจรวัยโจ๋ปล้นแท็กซี่จัดยัดฝากระโปรงชิงทรัพย์  
(ภาพประกอบ)
 
โจรวัยรุ่น 2 คนทำทีเป็นผู้โดยสาร ปล้นแท็กซี่จัดยัดฝากระโปรงชิงทรัพย์ ย่านคลองห้า ปทุมธานี
วันนี้ 28 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พ.ต.ท.วันชัย แฉ่งอารีย์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองห้า  จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่แล้วจับมัดใส่ไว้ใต้ฝากระโปรงรถด้านหลังภายในป่าละเมาะข้างถนนสายวังน้อย - ธัญบุรี เดินทางไปตรวจสอล พบรถยนต์แท็กซี่สาธารณะ สีน้ำตาลส้ม ทะเบียน ทย-5956 กรุงเทพมหานครจอดอยู่ในลานดินที่ทิ้งขยะป่าละเมาะ มีนาย ลิขิต เรืองฤทธิ์ อายุ 41ปี ยืนรอให้การตำรวจ

นายลิขิตให้การว่ารับผู้โดยสารเป็นชายวัยรุ่น 2 คนอายุประมาณ 25-30 ปี จากสามแยกวัดสุดใจ ถ.นิมิตรใหม่ ไปส่งที่อ.วังน้อย โดยใช้เส้นทางดังกล่าวระหว่างทางชายวัยรุ่นทั้งสองบอกว่าให้ตนขับรถเลี้ยวเข้าไปในซอยที่เกิดเหตุอ้างว่าจะเข้าไปเอาของที่บ้านญาติ เมื่อเลี้ยวเข้าไปได้ 20 เมตร ชายวัยรุ่นทั้งสองได้แสดงตัวเป็นคนร้ายโดยคนร้ายที่สวมเสื้อสีขาวได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจอที่ศีรษะตนและคนร้ายอีกคนรื้อค้นเอาทรัพย์สินที่อยู่ในลิ้นชักเป็นเงินสดจำนวน 4,500 บาท และกระซากสร้อยคอเอาพระเครื่องหลวงปู่เอี่ยม รุ่นปิดตาและรุ่นต่าง ๆ จำนวน 3 องค์ จากนั้นคนร้ายได้บังคับให้ตนลงจากรถและเข้าไปอยู่ในกระโปรงฝาท้ายหลังรถแล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดรถผูกพันธนาการข้อมือตนไว้แล้วปิดฝาท้ายตนอย่างมิดชิด ซึ่งเมื่อตนตั้งสติได้และใช้ปากแก้มัดที่ข้อมือหยิบเอาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

พ.ต.ท.ดร.พัลลภ แอร่มหล้า สวญ.สภ.คลองห้า เปิดเผยว่าคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้คาดว่าเป็นวัยรุ่นที่อยู่แถวๆที่เกิดเหตุ เพราะรู้เส้นทางเป็นอย่างดีซึ่งมีอาการเมาเหล้าเพราะคนขับรถแท็กซี่ให้การว่าระหว่างที่นั่งมาในรถได้กลิ่นเหล้าออกมาซึ่งได้ส่งชุดสืบสวนไปตรวจสอบหาเบาะแสที่คนร้ายขึ้นรถมาจากจุดแรกสามแยกวัดสุดใจจนถึงจุดเกิดเหตุอย่างระเอียดซึ่งคาดว่าหลังคนร้ายก่อเหตุแล้วได้เดินออกมาโบกรถแท็กซี่คันอื่นหน้าปากทางหรือไม่ก็ติดต่อให้พรรคพวกมารับหลบหนีไป ซึ่งถือว่าโชคดีที่คนขับรถได้ช่วยเหลือตัวเองออกมาจากฝากระโปรงรถโดยดึงสายเส้นสลึงปลดร็อกเปิดออกมาได้ซึ่งจะได้ติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป