วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง


นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง ครั้งที่ 1 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า ปัจจุบันกุ้งทะเลเป็นสินค้าที่ทำชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก และสามารถส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก มูลค่าการส่งออกประมาณปีละ 100,000 ล้านบาท โดยกุ้งที่ส่งออกโดยส่วนใหญ่เป็นกุ้งเพาะเลี้ยง ซึ่งตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามูลค่าการส่งออกกุ้งของไทยจะมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นที่กระทรวงเกษตรฯ กังวล คือ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เนื่องจากการค้าสินค้าเกษตรขณะนี้ได้มีการเปิดเขตการค้าเสรีมากขึ้น ภาษีนำเข้าประเทศต่าง ๆ ลดลงหรือเป็นศูนย์ เพราะฉะนั้น
สิ่งที่ตามมาก็คือ การยกเอาประเด็นการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตการนำเข้า แม้ว่ากุ้งทะเลของไทยอาจจะกระทบไม่รุนแรงมากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นกุ้งเพาะเลี้ยงไม่ใช่กุ้งที่จับในทะเล แต่ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็ขอเน้นย้ำเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งให้เลี้ยงภายในเขตที่กำหนด โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงชายฝั่งซึ่งอาจมีผล กระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งได้ เช่น การตัดไม้ป่าชายเลนหรือทำให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำ เป็นต้น เพื่อไม่ให้ระบบนิเวศเสียไป
นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นจังหวัดใหญ่ของภาคใต้ มีทั้งภูเขา พื้นที่ราบลุ่มพื้นที่พรุ ป่าชายเลน และชายฝั่งทะเล มีสภาพภูมิประเทศแตกต่างกันถึง 4 ลักษณะ คือน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเปรี้ยว และน้ำเค็ม โดยน้ำเค็มถือว่าเป็นเขตหนึ่งในการแบ่งโซน คือ เขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกิจกรรมสำคัญในการจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนังที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งในพื้นที่อีกด้วย.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

อาลัย "หมอนพพร" คอลัมนิสต์ชื่อดัง "นสพ.เดลินิวส์"


เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่ศาลา 10/1วัดธาตุทอง  ถนนสุขุมวิท กทม. นายพัลลภ ไกรฤกษ์ พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ เหตระกูล ที่ปรึกษาบริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดอภิธรรมศพ นพ.นวรัต ไกรฤกษ์  เจ้าของนามปากกา “หมอนพพร”  คอลัมนิสต์  “เสพสมบ่มิสม” นสพ.เดลินิวส์ โดยมีท่านผู้หญิงกุณฑี ไกรฤกษ์  ม.ร.ว.มารศรี สุจริตกุล นายเตียบ สุจริตกุล  ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด  บรรณาธิการบริหาร นสพ.เดลินิวส์ และนายนพพันธุ์ ไกรฤกษ์ ร่วมไว้อาลัย
สำหรับ “หมอนพพร” เป็นที่รู้จักของสังคมทั่วไป เนื่องจากช่วงปี 2520 มาเป็นแพทย์ประจำ รพ.เลิดสิน ทำให้ได้รู้จักกับนายห้างแสง เหตระกูล เจ้าของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จึงได้มีการชักชวนมาเขียนบทความตอบปัญหาทางเพศผ่านคอลัมน์ “เสพสมบ่มิสม”  จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการสงบที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า หลังจากเข้ารับการรักษาโรคปอดติดเชื้อ โดยมีอายุ  95 ปี 8 เดือน 18 วัน ทางญาติได้ตั้งสวดพระอภิธรรมจนถึงวันที่ 25 มี.ค.นี้ และมีกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 28 มี.ค. เวลา 17.00 น.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

ผู้สูงวัยสุขภาพดีแนะกินอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยร่างกายแข็งแร'


ตระหนักถึงการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงในผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย จึงจัดกิจกรรมสร้างเสริมกำลังใจแก่ผู้สูงอายุในโครงการ “ประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดี ประจำปี 2555” จัดการประกวดในประเภทที่มีโรคประจำตัว และไม่มีโรคประจำตัว ประเภทละ 9 คน จากผู้เข้าร่วมประกวด 96 คน อายุระหว่าง 60-69 ปี, 70-79 ปี และ อายุ 80 ปีขึ้นไป โดยผู้เข้าประกวดต้องมีดัชนีมวลกายตามมาตรฐานระดับสากลขององค์การอนามัยโลก และผ่านการตรวจร่างกาย สมรรถภาพทางการได้ยิน การมองเห็น การตอบคำถาม และการมีส่วนร่วมบำเพ็ญประโยชน์ทางสังคมและศาสนา ซึ่งการประกวดได้ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว และได้ประกาศรายชื่อผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้ารับมอบโล่รางวัลพระราชทาน ที่อาคาร ภปร. ชั้น 18 รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จาก คุณหญิงวรวรรณ ชัยอาญา เหรัญญิกสภากาชาดไทย ส่วนผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 ในแต่ละประเภทแต่ละระดับอายุจำนวน 6 คน จะได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ในงานกาชาดประจำปี 2555 ในวันที่ 30 มี.ค.นี้ บริเวณอาคารใหม่ สวนอัมพร

คุณหญิงวรวรรณ ชัยอาญา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของสภากาชาดไทย ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และการอยู่ร่วมกันในสังคมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัว และไม่มีโรคประจำตัวได้หันมาดูแลสุขภาพ ตลอดจนได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ให้ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณค่า ในปีนี้มีผู้สูงวัยที่มีอายุมากถึง 101 ปีได้รับรางวัลด้วย ซึ่งน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้สูงวัยทั่วไปได้ดูแลรักษาสุขภาพตั้งแต่เริ่มต้น จนเมื่ออายุมากแล้วก็ยังมีสุขภาพที่ดี

ผู้ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทมีโรคประจำตัว อายุ 80 ปีขึ้นไป นาง
ม่อเจ็ง แซ่ตั้ง วัย 101 ปี พูดไทยไม่ค่อยเก่ง เผยการดูแลตัวเองผ่านลูกชายว่า เป็นคนร่างกายแข็งแรงมีเพียงโรคความดันอย่างเดียว ซึ่งเพิ่งเป็นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ชีวิตประจำวันกินนอนเป็นเวลา เน้นอาหารประเภทปลา ผักและเนื้อหมู ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ไปซื้อวัตถุดิบที่ตลาดและนำกลับมาปรุงเอง อีกทั้งยังได้ฝึกความจำด้วยการจดบันทึกบัญชีค่าใช้จ่าย เสริมด้วยการทำกิจกรรมช่วยงานบ้าน อาทิ กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้

สำหรับคุณตาที่มีร่างกายแข็งแรง นายบัญญัติ พันธุ์อุทัย วัย 84 ปี รับรางวัลที่ 1 ประเภทไม่มีโรคประจำตัว อายุ 80 ปีขึ้นไป บอกเคล็ดลับการมีสุขภาพแข็งแรงว่า ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์เน้นผัก ผลไม้ ปลา เนื้อหมูและกุ้ง รวมทั้งควบคุมไม่กินอาหารประเภททอดและมีไขมันสูง ที่สำคัญต้องออกกำลังกายเช้าเย็น ด้านความรู้สึกของผู้ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภทไม่มีโรคประจำตัว อายุ 70 -79 ปี  นางวัฒนา ผลสมหวัง วัย 71 ปี อดีตหัวหน้าธุรการ ระดับ 8 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันได้ช่วยเหลืองานสาธารณะและองค์กรอื่น ๆ อาทิ โรงพยาบาลและชมรมผู้สูงอายุ เผยว่า รางวัลนี้เป็นแรงบันดาลใจกระตุ้นให้ตัวเองได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม และอยากแนะนำให้ผู้สูงอายุคนอื่นได้ทำกิจกรรมเข้าร่วมชมรมต่าง ๆ บ้าง เพื่อได้พูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

หนุ่มจุฬา-สาวมศว คว้าสุดยอดนายแบบ-นางแบบเอสคลับฯ


ปิดฉากไปสวยงามสำหรับการประกวด “เอสคลับ โมเดล เสิร์ช” เวทีค้นหาสุดยอดนายแบบ-นางแบบหน้าใหม่ ประดับวงการแฟชั่นไทย ที่ “เอส คลับ คลับเยาวชนสยามเซ็นเตอร์” เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยมีเวทีแสดงความสามารถพร้อมโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่บนเวทีการประกวด โดยตลอดระยะกว่า 2 เดือน ที่เปิดรับสมัครมีน้อง ๆ วัยทีนให้ความสนใจส่งใบสมัครถึง 700 คน แต่ละคนต่างพกความสามารถบวกความมั่นใจเกินร้อย เพื่อมาชิงความเป็นหนึ่งบนเวทีการประกวด

ก่อนได้สุดยอดนายแบบ-นางแบบหน้าใหม่มาประดับวงการ เอสคลับได้เสริมสร้างทักษะให้น้อง ๆ ด้วยการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนขึ้นเวทีประกวด 6 คลาส ได้แก่ การพัฒนาบุคลิกภาพให้ดูโดดเด่น,หลักการเดินแบบให้ดูสง่างามบนแคตวอล์ก, หลักการโพสท่าถ่ายแบบให้ดูเป็นมืออาชีพ, เรียนรู้ศิลปะการแสดงกับกันตนา เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์, เรียนรู้วิธีการเมคอัพแอนด์แฮร์สไตลิสต์ให้ดูดีด้วยตัวคุณเอง และการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าให้ดูสวยเท่ ไม่ซ้ำใคร และในวันประกวด บริเวณเอเที่ยม 2 สยามเซ็นเตอร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังว่าที่นายแบบ-นางแบบหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือก 100 คน ออกมาโชว์ลีลาบนรันเวย์ ต่างนำความรู้ความสามารถทั้งหมดที่ได้จากการทำเวิร์กช็อปมาประชันกันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการ ประกอบด้วย สุขฤดี พงศ์พันธุ์วัฒนา ผอ.เอสคลับฯ , ยศวดี  หัสดีวิจิตร นางแบบอาชีพ, ปรีดิยุช รัตนงาม จากบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน), นาวียา พุ่มหิรัญ แอ๊คติ้งโค้ชอาชีพจากกันตนา, ชลิดา มิตรพันธ์พานิชย์ จากเอสปรี และ สมบัติ เตชะรัตนประเสริฐ ตัวแทนจากบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ภายหลังการประกวดผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ก็ได้หนุ่มมาดเข้มรับรางวัลชนะเลิศสุดยอดนายแบบ นายอนุสิทธิ์ แสงนิ่มนวล อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ตื่นเต้นและดีใจมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ลองเข้ามาประกวดเวทีก้าวสู่ความเป็นนายแบบและได้รางวัล ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย วันนี้ได้ทำในสิ่งที่รัก และได้ทำตามความฝันอีกก้าวหนึ่ง ต้องบอกว่าเวทีนี้ให้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้รับทั้งความรู้และมิตรภาพ  ส่วนรางวัลชนะเลิศสุดยอดนางแบบ น.ส.เปรมินทร์ ทับแก้ว อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทยสาขาสื่อสารมวลชน ม.ศรีนครินทรวิโรฒ เผยว่า ภูมิใจมากเพราะตัวเองมุ่งมั่น ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ถือว่าเวทีนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่ดี จากวิทยากรทุกท่านในคลาสเวิร์กช็อป ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หรือมิตรภาพที่ดีจากเพื่อน ๆ น้อง ๆ ในกองประกวด

นอกจากทั้งคู่ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมบัตรกำนัลจากเอสปรีและคอร์สเรียนภาษาของสถาบันสอนภาษาอังกฤษวอลล์สตรีทรวมมูลค่า 45,000 บาท และยังได้รับโอกาสร่วมประสบการณ์การเดินแบบร่วมกับนายแบบ-นางแบบชื่อดังบนเวทีระดับประเทศ.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

เปรี้ยวซ่าผสานหวานลุคเด่นเคทสเปด


เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกสุดชิคจากอเมริกา “เคทสเปด” ต้องนึกถึงภาพสีสันแห่งความอิสระได้อย่างติดตาตรึงใจ ล่าสุดได้อวดโฉมคอลเลกชั่นใหม่ “สปริง 2012” ด้วยการจัดแฟชั่นพรีเซนเทชั่นในบรรยากาศเป็นกันเอง ณ ช็อป เคทสเปด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้ เกด-ฐาดินี รัชชระเสวี บรรณาธิการแฟชั่นจากนิตยสารแมรี แคลร์ (ประเทศไทย) มาร่วมพูดคุยถึงความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปินชาวออสเตรเลีย ฟลอเรนซ์ บรอดเฮิร์ส ซึ่งคงความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในความสดใสมีชีวิตชีวา มารับหน้าที่เป็นครีเอทีฟผู้จุดประกายความสนุกให้แก่สีสันอันสดใสและลายพิมพ์แสนน่ารักในฤดูกาลใหม่นี้

เคทสเปดคอลเลกชั่นล่าสุดดึงความมุ่งมั่นไม่เหมือนใครของตัวศิลปิน ที่นำกลิ่นอายความซ่ามาผสานความหวานเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เห็นได้จากซัมเมอร์เดรสสีสดฉ่ำและแจ๊กเกตสูทตัวสั้น ดูเหมาะมากสำหรับปาร์ตี้กลางสวน และเติมความสนุกมากขึ้นด้วยแอคเซสเซอรี่เปรี้ยว ๆ อย่างรองเท้าสไตล์แซนดัลสีนีออนเจิดจ้า พร้อมกระเป๋าคลัตช์โทนสีสนุกสนาน และเมื่อมองย้อนกลับไปยังผลงานต่าง ๆ ของบรอดเฮิร์สจะพบว่า แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากลายพิมพ์แนวต้นไม้ใบหญ้าที่โด่งดังอย่างเดียว แต่ส่วนหนึ่งมาจากชีวิตที่มีสีสันของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางรอบโลก เช่น การนั่งเรือโดยสารจากออสเตรเลียไปเซี่ยงไฮ้  เพื่อไปร่วมก่อตั้งโรงเรียนสอนการเรือนและสมาคมกับสังคมชั้นสูงของเซี่ยงไฮ้

โทนสีของธงที่ปลิวพัดไสวท้าลมแรงในการเดินเรือและลายทางแบบกะลาสีเรืออันแสนมีชีวิตชีวา กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งช่วยเติมความน่าสนใจให้เดรสแขนกุดตัวสั้น และกระโปรงทรงเอที่โดดเด่นไม่แพ้กัน บวกกับกระเป๋าเดินทางทรงวินเทจตกแต่งด้วยลายพิมพ์ดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่นสะดุดตา ที่ขาดไม่ได้ในคอลเลกชั่นนี้เป็นกระเป๋าสะพายรุ่นนิว บอนด์ สตรีท ฟลอเรนซ์ มาพร้อมหนังคุณภาพเยี่ยมสีส้มปะการังสดใส ส่วนชุดที่เหมาะสำหรับทุกวันของสาว ๆ คือ ซัมเมอร์เดรสน่ารักสดใสที่พาเหรดมาทั้งลายกราฟิกรูปตัววี ลายจุดแสนขี้เล่นและลายพิมพ์ดอกไม้ ตบท้ายด้วยการเติมดีเทลด้วยกำไลพลาสติกใสทรงแปดเหลี่ยมขณะที่ประโยคน่ารัก ๆ “EAT CAKE FOR  BREAKFAST” และ “PLAY HOOKY”ก็ถูกนำมารังสรรค์ให้เห็นบนเสื้อยืดและกระเป๋า แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ขัน.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

นักเรียนยืนยันสิทธิ์รับตรงขาดเกือบหมื่น


วันที่ 20 มี.ค. ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)  ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประไทย (ทปอ.)  เปิดเผยว่า หลังจากที่สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย( สอท.) ได้เปิดให้นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกในระบบรับตรงของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมในระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ ประจำปีการศึกษา 2555    ได้เข้ามายืนยันสิทธิ์การรับตรงตั้งแต่ วันที่ 11-17 มี.ค.ที่ผ่านมา  ผลปรากฏว่า มีนักเรียนเข้ามายืนยันสิทธิ์ จำนวน 27,641 คน จากผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน  37,167 คน   มีคณะที่ผู้ผ่านการคัดเลือกได้เลือก จำนวน 41,331 ที่นั่ง  และในวันที่  21 มี.ค. สอท.แจ้งรายชื่อผู้ที่ยืนยันสิทธิ์ไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  เพื่อให้มหาวิทยาลัยประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์และตัดสิทธิ์การสมัครในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิชชั่นกลาง
“จากตัวเลขของนักเรียนที่เข้ามายืนยันสิทธิ์ ผมถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ และจะช่วยแก้ปัญหาการรับตรงได้ในระดับหนึ่ง พร้อมทั้งลดการแข่งขันแอดมิชชั่นลงไปได้อีก เพราะนักเรียนมีที่นั่งเรียนแล้วสองหมื่นกว่าคน    รวมทั้งการรับตรงเป็นไปด้วยความราบรื่นทั้งที่เป็นปีแรก  อย่างไรก็ตาม สอท.จะไม่มีการขยายวันยืนยันสิทธิ์รับตรงแล้ว และนักเรียนที่ยืนยันสิทธิ์รับตรงแล้วจะไม่สามารถที่จะไปยื่นสมัครแอดมิชชั่นกลางด้วย เพราะสอท.ได้ตัดสิทธิ์นักเรียนไปแล้ว  ”ศ.ดร.สมคิด กล่าว
ด้านรศ.ดร.พรทิพย์ ไชยโส  คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  (มก. )กล่าวว่า ขณะนี้มก.กำลังเปิดรับสมัครบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้  โดยวิธีรับตรงโควตาพิเศษ ปีการศึกษา 2555  จำนวน 4 คน เข้าศึกษาในคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศึกษาศาสตร์ สาขาคหกรรมศาสตร์ศึกษา และสาขาคอมพิวเตอร์และธุรกิจศึกษา สาขาละ 1 คน  ผู้สนใจสมัครได้จนถึงวันที่ 23 มี.ค. 55 รายละเอียดดูได้ที่ www.ku.ac.th

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th  

วธ.ทำสารคดี "สยามศิลปิน" เชิดชูเกียรติศิลปินสำคัญของชาติ


เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่ากากระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดทำสารคดี “สยามศิลปิน” โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) ร่วมมือกับมูลนิธิศิลปินแห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินคนสำคัญของไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
นางสุกุมล กล่าวว่า สยามศิลปิน จะถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับศิลปินไทยผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะแขนงต่างๆทั้งด้านศิลปกรรม วรรณกรรม และกวีนิพนธ์ อาทิ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ โดยจัดทำเป็นสารคดีทางโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ จำนวน 24 ตอน ความยาวตอนละ 50 นาที ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00น. ซึ่งจะเริ่มตอนแรก วันที่ 5 เม.ย.นี้
นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ศิลปินที่ สวธ.คัดเลือกมานั้น จะมีผลงานที่โดดเด่น สร้างความภูมิใจในความเป็นไทยด้วยผลงานศิลปะแขนงต่างๆที่มีคุณค่าจากภูมิปัญญาและอัจฉริยภาพของศิลปินที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะเป็นสื่อสำคัญในการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานหรือการทำงานด้วยความมุ่งมั่น การฟันผ่าอุปสรรคต่างๆของศิลปินในการเป็นต้นแบบให้แก่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเป็นสื่อที่กระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่างานศิลปะแขนงต่างๆของไทยและช่วยกันอนุรักษ์สืบสานต่อไป
“ สวธ.ผลิดสารคดีมาหลายชุด แต่ชุดนี้เป็นชุดที่ภูมิใจที่สุด เนื่องจากเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยทุกคน โดยมีการบรรยายทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยจะนำไปเผยแพร่ยังต่างประเทศด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงคุณค่าและผลงานของศิลปิน บุคคลสำคัญของไทย”อธิบดีสวธ.กล่าว

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th