วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

รวบโจ๋หื่นปล้นบ้านตร.หวังข่มขืนเมีย


วันนี้ (25เม.ย.) ร.ต.ต.มารุต   ฉัตรทัณฑ์  หัวหน้าชุดสายตรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี  ได้รับแจ้งว่าได้มีคนร้ายปล้นทรัพย์ในพื้นที่อำเภอบ่อพลอย  แล้วหลบหนีมาทางตัวเมืองกาญจนบุรี  จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 10 นาย ทำการสกัดจับรถบัสโดยสาร ทะเบียน 10-1931 กาญจนบุรี สายกาญจนบุรี –ด่านช้าง หมายเลขข้างรถ 23 จึงได้ทำการตรวจค้น พบคนร้ายที่ปล้นทรัพย์จำนวน 5 คน พร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 46,370 บาท ปืนพกขนาด 11 มม. 1 กระบอกพร้อม  กระสุน 28 นัด  โดยเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 14-18 ปี จำนวน 5 คน 
จากการสอบสวนคนร้ายทั้ง 5 คนได้ให้การรับสารภาพ ว่าพวกตนทั้งหมดได้ร่วมกันปล้นทรัพย์มาจากบ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย ซึ่งเป็นบ้านของ ด.ต.ประชา  คำดี ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี  ด้วยการปืนหลังคาห้องน้ำแล้วเปิดฝ้าเข้าไปภายในบ้าน ก่อนจะลักทรัพย์สินไป ประกอบด้วยทองรูปพรรณ หนัก 12 บาท  พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ เงินสด กว่า60,000 บาท และปืนพกขนาด 11 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มม. 28 นัด โดยตอนเกิดเหตุ ด.ต.ประชา ไปเข้าเวร อยู่แต่นางดวงใจ ภรรยา เพียงลำพัง จึงเป็นโอกาสให้คนร้ายลงมือก่อเหตุ
 
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน รายหนึ่ง รับสภาพว่า ได้พาพวกไปปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืนจนได้ทรัพย์สินมาแล้ว ยังพยายามออกอุบายเรียก นางดวงใจ ให้เปิดประตูออกมาดู เพื่อหวังจะข่มขืน และทำร้ายร่างกาย แต่ นางดวงใจ ไม่ยอมออกมา จึงซุ่มอยู่ในป่ากับพวกตลอดคืนจนเช้า ก่อนพากันกลับบ้าน พร้อมกับนำสร้อยข้อมือทองคำพร้อมกับ เงิน 6,000 บาท ไปมอบไว้ให้แก่ มารดา ก่อนจะพากันหลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน ควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

เพื่อไทยแจ้งความสน.ดุสิตเอาผิด รสนา-บุญยอด






เสด็จพี่ควง ส.ส.เพื่อไทย พร้อมทนาย ขึ้น สน.ดุสิต แจ้งความหมิ่นประมาท เอาผิด "รสนา" กับพวก ส.ว.สรรหา พ่วง "บุญยอด" ส.ส.ปชป. กรณีแถลงข่าวมี สส.กดบัตรแทนกัน
 วันนี้ (25 เม.ย.)ที่ สน.ดุสิต นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ว.กทม. และนายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมทนายความพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.พิตตินันท์ อุทธสิงห์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เพื่อยื่นเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิด กรณี น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.สรรหา นายสมชาย แสวงการ ส.ว. สรรหา และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ามีส.ส.พรรคเพื่อไทยกดบัตรแทนกันในระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในข้อหาหมิ่นประมาท

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี  น.ส.รสนา  นายสมชาย และนายบุญยอด ได้นำภาพการกดบัตรลงคะแนนแทนกันไปเผยแพร่ตามสื่อแขนงต่างๆ และได้มีการแต่งเติมใส่ข้อความว่าเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยบุคคลทั้ง 3 ท่าน ได้ร่วมแถลงข่าวและแสดงภาพดังกล่าว ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยทั่วไปทราบเป็นอย่างดีว่า คือภาพของนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย  โดยการกระทำของบุคคลทั้ง 3 นั้นถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326-328 อันเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่เดินทางมาแจ้งความในวันนี้ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดีเสียก่อนที่จะมาเผยแพร่ภาพออกไป ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย และเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติและชื่อเสียงส่วนตัวของนายวิวัฒน์ชัย จึงจำเป็นต้องร้องขอความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 3 ซึ่งเชื่อว่าเจตนาของทั้ง 3 ทำไปเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่า และต้องการเบี่ยงเบนประเด็นแก้เกี้ยวจากกรณีที่สภากำลังมีการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมของนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูภาพโป๊ในระหว่างที่มีการประชุมร่วมรัฐสภา
 
ด้านนายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นตนเอง ว่า บริเวณโต๊ะที่ตนพาดแขนนั้น เป็นช่องทางเดิน เห็นได้จากไม่มีไมโครโฟนเสียบไว้เหมือนโต๊ะปกติ และไม่ได้กดบัตรแทนบุคคลอื่นแต่อย่างใด และตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบันที่ตนเป็น ส.ส. ไม่เคยก้าวล่วงละเมิดสิทธิของคนอื่น ข้อกล่าวหาที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โชว์ภาพให้สื่อมวลชนเพื่อเผยแพร่และประจานว่าเป็นตนไม่เป็นธรรม จึงอยากให้ผู้กล่าวหาได้พิจารณาด้วยว่า หากผลการสอบแล้วไม่เป็นความจริง จะรับผิดชอบอย่างไรที่ทำให้เพื่อนสมาชิกเสียหายและทำให้สภาเสื่อมเสีย

ส่วนนายจิรายุ กล่าวอีกว่า ในวันนี้ตนได้เข้าไปพูดในลักษณะท้าดวลกับ น.ส.รสนา ว่า ภาพที่ปรากฏออกมานั้น หากนายวิวัฒชัย ไม่ได้กระทำจริงอย่างที่ น.ส.รสนา กล่าวอ้าง จะขอให้ น.ส.รสนา ลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. ขณะเดียวกัน หากในภาพเป็นการกดบัตรลงคะแนนแทนกันจริง ตนจะเป็นผู้ออกจากตำแหน่งเอง แต่สุดท้าย น.ส.รสนา ก็เบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น ซึ่งตนหวังว่าทางรัฐสภาจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างชัดเจน

ด้าน พ.ต.ท.พิตตินันท์ กล่าวว่า ภายหลังรับแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำในเรื่องดังกล่าว และทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งตัวบุคคลและวัตถุพยานต่างๆ โดยทางฝ่ายผู้ร้องจะส่งให้ในภายหลัง ก่อนจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th


กองปราบร่วมแก้ปัญหาชายแดนใต้







กองปราบ รับลูก นโยบายรับใช้ชุมชนของ ผบชก. เร่งหารือแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อม ยาเสพติดในเยาวชน ชูชุมชนมุสลิมในสตูล พร้อมปั้นเป็นโมเดลต้นแบบแก้ปัญหาชายแดนใต้
วันนี้ (25 เม.ย.) ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ผกก.6 บก.ป. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กก.6 บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนในพื้นที่ชุมชนมุสลิม จ.สตูล ทั้งนี้เพื่อจัดทำเป็นชุมชนต้นแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการประชุมครั้งนี้ได้เชิญ นายอุกฤษฏ์ อิสมาแอล อายุ 44 ปี ครูสอนศาสนา และ นายสมัคร สะดน อายุ 55 ปี กรรมการมัสยิดเราด่อตุ้ลญันนะห์ บ้านหัวทาง ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล เข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลในพื้นที่ด้วย
โดย พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชนตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่ต้องการให้ตำรวจเข้าไปอยู่ในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาที่แท้จริง และร่วมแก้ไขปัญหากับชาวบ้าน ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาทั่วไปของเด็กวัยรุ่น และปัญหายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทินกร ก็ได้ลงพื้นที่ไปแล้วราว 1 ปี ผลที่ได้รับกลับมาถือว่ามีความน่าพอใจ เพราะทุกวันนี้ทั้งชาวบ้าน และครูสอนศาสนา รวมทั้งตำรวจที่เข้าไปทำกิจกรรมเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จก็อาจจะนำไปเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
ด้าน นายสมัคร กล่าวว่า ในพื้นที่มีชาวบ้านอยู่ 103 ครัวเรือน มีประชาชนประมาณ 530 คนหลังจากที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าไปศึกษาข้อมูลในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรกๆ จนถึงวันนี้นับได้ว่าชุมชนได้พัฒนาขึ้นไปมากจากการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของเด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาร่วมกันโดยไม่ได้เน้นที่ผลการจับกุมเป็นหลัก แต่ก่อให้ชาวบ้านเกิดความเข้าใจด้วยการกินนอนอยู่ด้วยกัน ทุกวันนี้เด็กและเยาวชนก็เริ่มตระหนักถึงปัญหาแม้ว่าจะยังไม่สามารถกำจัดยาเสพติดในชุมชนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม อย่างไรก็ตามตนคิดว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จได้ตำรวจเองก็ต้องเข้าใจถึงนโยบายที่รับมาปฏิบัติด้วย ถึงจะนำไปเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ได้ในอนาคต.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

เผาชุมชนบ่อนไก่วอดกว่า20 หลัง










วันนี้ ( 25 เม.ย.) เวลา 01.50 น.. ร.ต.อ.นวพล  พิทักษ์นิระพันธ์ ร้อยเวร สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเช่าไม้ ภายในซอยปลูกจิต ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จึงประสานรถบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 10 คัน จึงพร้อมด้วย  พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี ร.ต.อ.สากล รัศมีบรรพตกุล รอง สว.สส.ฯ รุดไปตรวจสอบ
 ที่เกิดเหตุอยู่ในชุมชนบ่อนไก่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้อย่างรุนแรง ประกอบกับมีลมกระโชกแรงตลอดเวลา ทำให้ไฟลุกลามไปติดบ้านไม้ใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว  เจ้าหน้าที่พยายามต่อสายฉีดน้ำสกัดกั้นอย่างเต็มที่ แต่เพลิงยังไม่มีทีท่าจะดับลง และมีเสียงแก๊สระเบิดดังเป็นระยะ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างแตกตื่นอพยพพาเด็กและคนชราหลบหนีเอาชีวิต รวมทั้งขนข้าวของมีค่าออกจากบ้านพักอย่างโกลาหล นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย จากการสำลักควันไฟ และถูกของมีคมบาด แต่โชคดีไม่มีใครได้รับอันตรายร้ายแรง จนเวลาผ่านไป 30 นาที เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ทั้งหมด เหลือเพียงกลุ่มควันหนาทึบเท่านั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีบ้านถูกเพลิงเผาวอดไปกว่า 20 หลังคาเรือน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายควันออกจากพื้นที่เพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนประชาชนที่อพยพออกมาได้เข้าพักอาศัยภายในโรงเรียนและลานกีฬาชุมชนเป็นการชั่วคราว โดยกองพิสูจน์หลักฐานจะเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดในวันรุ่งขึ้น เพื่อหาบ้านต้นเพลิงและสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.
แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th



“ทักษิณ”ยื่นฟ้อง“ วัชระ”หลังโยงรัฐไทยใหม่


วนนี้(24 เม.ย.) ร.ท. หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ส่งอีเมล์ถึงสื่อมวลชนโดยเปิดเผยว่า ขณะนี้ ทีมกฎหมายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใส่ร้ายป้ายสี พ.ต.ท. ทักษิณ  โดยจัดทำภาพและนำ พ.ต.ท. ทักษิณ ไปโยงกับ รัฐธรรมนูญของรัฐไทยใหม่ ซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้พ.ต.ท. ทักษิณ ได้รับความเสียหาย เนื่องจากพ.ต.ท. ทักษิณ มีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งยึดมั่นในระบอบนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ได้มีแนวคิดที่จะสนับสนุนการตั้งรัฐไทยใหม่แต่อย่างใด ดังนั้นจึงขอให้นายวัชระ นั่งรอรับหมายศาลที่บ้านได้เลย

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

เชื่อ“ ยิ่งลักษณ์” กาวใจรดน้ำ“ป๋าเปรม”


วันนี้( 24 เม.ย.) ที่รัฐสภา นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวต่อถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำรองนายกฯทั้ง 3 คน เข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ ว่า เรื่องดังกล่าวมีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประเทศไทยต้องเดินหน้าหาความปรองดองให้ได้  นายกรัฐมนตรีเป็นผู้น้อย สมควรที่จะเดินเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งตนในฐานะคนเสื้อแดง พร้อมยอมรับฟังความเห็นจากคนเสื้อแดงทุกกลุ่ม และการรดน้ำครั้งนี้ อาจทำให้พล.อ.เปรม เอ็นดูมากขึ้น เพราะท่านไม่ชอบ “พี่ชาย” แต่อาจจะชอบ “น้องสาว”มากกว่า ซึ่งอาจเป็นกาวใจที่ดี

เมื่อถามว่าการเข้าพบครั้งนี้เพื่อหวังพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า การพูดจาอาจไม่ใช่เรื่องนั้น แต่อาจเป็นการพูดคุยทั่วไปโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง  ทั้ง2ท่าน ถือว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน หากมีการพูดคุยกัน เชื่อว่าสังคมไทยน่าจะดีขึ้น 

เมื่อถามว่า กรณีที่ไม่พานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าพบพล.อ.เปรม นายก่อแก้ว กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้มีเพียงนายกรัฐมนตรีและรองนายกฯเท่านั้น หากบอกให้พารัฐมนตรีไปเหมือนเป็นการบีบบังคับ เนื่องจากรัฐมนตรีหลายท่านก็มีภารกิจ และอาจถูกต่อว่าได้ว่าละทิ้งงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่มีการประสานให้คนเสื้อแดงเข้าขอขมาพล.อ.เปรม นายก่อแก้ว กล่าวว่า เรายินดี และพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย และยืนยันว่าไม่ได้มุ่งไปที่พล.อ.เปรม แต่มุ่งไปที่ระบอบอำมาตย์  เมื่อถามย้ำว่าการเข้าพบครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองหรือไม่ นายก่อแก้ว กล่าวว่า เราต้องพยายามทำให้เห็นว่าเริ่มมีการปรองดอง เมื่อมีการเริ่มต้น ทุกอย่างก็จะเข้าไปในจิตใจ และแก้ปัญหาได้ง่าย ปัญหาของประเทศวันนี้กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้มีหลายเรื่องต้องคุยกัน แต่ที่น่าห่วงคือรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่ไม่มีการลดราวาศอก แต่ทุกอย่างก็ให้จบในรัฐสภา อย่าให้ความขัดแย้งออกไปสู่ข้างนอก

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

“ยุทธศักดิ์” แฉหัวโจกใต้ออกโรงรีดหักหัวคิวเงินเยียวยา 20 เปอร์เซ็นต์


วันนี้ (25 เม.ย.)พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการวิจารณ์ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในการจ่ายเงินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินฯ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) และกระทรวงมหาดไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการเบิกจ่ายเงินให้ถูกต้องตามขั้นตอน กฎระเบียบและความเป็นจริงในแต่ละราย อย่าให้เกิดปัญหาหลังจากที่จ่ายเงินไปแล้ว อย่างไรก็ตามตนได้รายงานในที่ประชุม ครม.ด้วยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านลงพื้นที่ก็ได้รับการร้องเรียนว่าเริ่มเกิดปัญหาแล้ว โดยมีกลุ่มคนมาเรียกร้องหักค่าหัวคิว 20% โดยอ้างว่ารัฐบาลอนุมัติจ่ายเงินนั้นเป็นเพราะผลงานของกลุ่มคนเหล่านี้ที่กดดันรัฐบาลจนยอมจ่ายเงินเยียวยาให้   ดังนั้นทางกระทรวงกลาโหมจะเข้าไปดูแลปัญหาดังกล่าวเพราะถือว่าเป็นการกรรโชกทรัพย์และหลอกลวง
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะทำงานองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) จะเดินทางมาที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ จะเตรียมความพร้อมอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าทางเลขาธิการโอไอซี จะเดินทางมาประเทศไทยระหว่างวันที่ 8-11 พ.ค. นั้นและจะมีคณะทำงานเดินทางมาล่วงหน้าก่อนด้วย  ซึ่งเราต้องระวังและชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้เขารับทราบ แต่ยังไม่มีการแจ้งว่าเขาต้องการจะพบใครบ้าง อย่างไรก็ตามตนไม่ห่วงว่าจะมีการแทรกแซงกิจการในประเทศ แต่เป็นห่วงเรื่องการสร้างสถานการณ์ที่รุนแรงและต่อเนื่องมากกว่า จึงได้เตือนเจ้าหน้าที่ให้ระวังแล้ว ในช่วงต้นเดือนพ.ค.นี้ตนจะเดินทางลงพื้นที่ไปย้ำอีกครั้งว่าอย่าประมาท ส่วนที่ข่าวว่ามีการเตรียมคาร์บอมบ์สิบคันก่อเหตุในช่วงที่ครบรอบเหตุการณ์กรือเซะในวันที่ 28 เม.ย.นี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบรายงานดังกล่าว แต่เราก็พยายามตรวจสอบค้นหาอย่างเต็มที่ ถ้าเรามีระบบการป้องกันที่ดีจากทุกฝ่าย เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหา
ทางด้านเหตุการณ์ในพื้นที่  ร.ต.อ.หมัดอูเส็ง เหมาะสะนิ ร้อยเวร สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่รถยนต์ของชาวบ้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดริมถนนบ้านบือแนปีแย หมู่ 1 ต.ปะลุกาสาเมาะ จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.นัฐวิทย์ บำเพ็ญศรี รอง หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาสรวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบ รถปิกอัพอีซูซุ สีบรอนส์ ทะเบียน  บจ-367 ปัตตานี จอดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมถนน ได้รับความเสียหายที่บริเวณด้านหน้า รอบตัวถังมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นรูพรุน กระจกหน้า กระจกด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ถูกกระสุนปืนของคนร้ายแตกละเอียด ในตัวรถพบศพ นายประไพ คงทอง อายุ 57ปี อยู่บ้านเลขที่134 หมู่ 1 ต.ทรายทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้นข้างประตูรถด้านคนขับ โดยมีบาดแผลถูกกระสุนปืนเอ็ม.16 พรุนไปทั้งร่าง ส่วนอีกฝั่งเจ้าหน้าที่พบศพนายสุข  แดงขวัญ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 2 ต.ทรายทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นด้านประตูด้านข้างคนขับ พร้อมด้วยปลอกกระสุนเอ็ม.16 ตกอยู่บนถนนและข้างศพทั้ง 2 คน จำนวนกว่า 20 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายประไพ ได้ขับรถยนต์ออกจากบ้านพัก โดยมีนายสุข นั่งคู่กันมาที่เบาะหน้า เพื่อเดินทางไปซื้อกับข้าวที่ตลาดสด อ.สายบุรี เพื่อนำไปวางขายที่บ้านซึ่งอยู่ข้างโรงพยาบาลไม้แก่นเป็นประจำทุกวัน และเมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถปิกอัพเป็นพาหนะ ขับไล่หลังมาและพยายามแซงขึ้นหน้า เมื่อรถยนต์ทั้ง 2 คัน ขับตีคู่ขนานบนถนน คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนเอ็ม.16 ยิงถล่มใส่รถปิกอัพของนายประไพ เมื่อนายประไพและนายสุข ถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับบาดเจ็บ รถจึงเสียหลักไปชนต้นไม้ริมถนน นายประไพและนายสุข ได้พยายามเปิดประตูรถเพื่อวิ่งหลบหนี แต่คนร้ายได้จอดรถให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังถืออาวุธปืนเอ็ม.16 วิ่งไปจ่อยิงซ้ำนายประไพและนายสุข จนเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้วิ่งไปขึ้นรถปิกอัพหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของกลุ่มผู้ไม่หวังดี.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th