วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่1ก.ค.นี้





ย่านสีลมมีราคาแพงที่สุดตารางวาละ 850,000 บาท ส่วนต่างจังหวัดแพงสุดอยู่หาดใหญ่ตารางวาละ 400,000 บาท ต่ำสุดตารางวาละ 10 บาท ในอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่ากรมธนารักษ์ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศ โดยได้แจ้งให้ทุกจังหวัด ดำเนินการประกาศบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน และบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง รอบบัญชีปี พ.ศ.             2555-2558       ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.55 เป็นต้นไป

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กรมธนารักษ์ได้เลื่อนบังคับใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ 6 เดือน จากเดิมที่จะต้องเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55 ที่ผ่านมา เพราะปลายปีที่แล้วเกิดปัญหาน้ำท่วมหลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพฯ จึงเกรงว่า ราคาที่ดินที่ถูกน้ำท่วมอาจจะปรับเปลี่ยนไป คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์จึงได้มีมติให้ขยายเวลาการใช้บัญชีดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน เพื่อประเมินราคาใหม่ โดยราคาประเมินที่ดินใหม่ที่ประกาศใช้นี้ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 21.34%  ที่ดินในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17.13% ส่วนที่ดินต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21.40%

ทั้งนี้ ราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศ ยังเป็นถนนสีลมตารางวาละ 850,000 บาท เพิ่มขึ้นจาก 650,000 บาท รองลงมาเป็นถนนราชดำริ ตารางวาละ 800,000 บาท เพิ่มจาก 350,000-430,000 ขณะที่ต่างจังหวัดราคาที่ดินแพงที่สุด อยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตารางวาละ 400,000 บาท ส่วนราคาที่ดินต่ำสุดตารางวาละ 10 บาท อยู่ที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี และจ.เชียงใหม่ ในอ.ดอยหล่อ และอ.แม่แจ่ม

ตร.ทางหลวงจับเด็กแว้นได้เพียบ





ตร.ทางหลวงสนธิร่วมกับเจ้าหน้าที่หมวดการทาง จับเด็กแว้นที่ยึดถนนกาญจนาภิเษกเป็นสนามประลองความเร็วได้เพียบ
เมื่อเวลา 05.00 น. วันนี้ (1 ก.ค.) ร.ต.ต.ประหยัด ท่อคนดี รอง สวป.สทล.2 กก.8 บก.ทล. นำกำลังตำรวจทางหลวงสนธิร่วมกับเจ้าหน้าที่หมวดการทางภาษีเจริญ รวม 20 นาย วางแผนสกัดจับกุมกลุ่มรถ จยย.แต่งซิ่ง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 17+400 หน้าหมู่บ้านสินทรัพย์นครการ์เด้น ถนนกาญจนาภิเษก (มุ่งหน้าพระราม 2) แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค หลังรับแจ้งจากประชาชนว่ายังมีแก๊งเด็กแว้นออกอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก

จากผลการปฏิบัติตามแผนด้วยการนำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดปิดหัว และท้ายถนน สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งผู้ขับขี่ และซ้อนท้ายได้ทั้งสิ้น 31 คน เป็นชาย 30 คน และหญิง 1 คน ในจำนวนนี้มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีมากถึง 15 คน ตรวจยึดรถ จยย.แต่งซิ่งได้อีก 23 คัน จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมรถ จยย.ของกลางทั้งหมดไปสอบสวน ณ ที่ทำการ สทล.2 กก.8 บก.ทล.

ร.ต.ต.ประหยัด เปิดเผยว่า วันนี้ซึ่งเป็นคืนวันเสาร์ต่อเนื่องเช้าวันอาทิตย์จะมีการรวมตัวของกลุ่มแก๊งซิ่งกวนเมืองค่อนข้างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องมีการวางแผนกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมครั้งนี้จะถูกถ่ายภาพทำประวัติ และเปรียบเทียบปรับสถานหนักในอัตราโทษสูงสุดของข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจร ที่ได้กระทำผิด อาทิเช่น ดัดแปลงสภาพรถ และอุปกรณ์ส่วนควบ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ สำหรับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนก็จะเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนด้วย หากมีการระดมจับรถแข่งอีกครั้งแล้วยังพบการกระทำผิดอีกก็จะดำเนินการส่งฟ้องศาล ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อไป.

ซิ่งคัมรีชนแหลกปีนฟุตปาธพุ่งชนบ้านวินาศสันตะโร





พนง.บริษัทเอกชน ขับคัมรี่ปีนขึ้นฟุตปาธ สอยกระถางต้นไม้ ตู้ดทรศัพท์ ล้มระเนระนาด ก่อนทะลุเข้าไปในร้านขายก๋วยเต๊๋ยว เสียหายยับ เจ้าตัวอ้าง โดน จยย.ปาดหน้า ต้องหักพวงมาลัยกะทันหันจนเสียหลักพุ่งชน
วันที่ 1 ก.ค. ร.ต.ท.สุชิน พงษ์คำพันธ์ พงส.(สบ1) สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพุ่งชนเข้าไปในบ้านเลขที่ 2814 ถนนพระราม4 แขวงและเขตคลองเตย ได้รับความเสียหาย จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น 3 คูหา เปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งไม่มีชื่อ อยู่บริเวณทางโค้งเยื้องกับศูนย์จำหน่ายและซ่อมรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู สาขาพระราม 4 เพียงเล็กน้อย

บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวพบรถยนต์ โตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศฉ 5037 กทม.พุ่งขึ้นมาบนฟุตปาธ เฉี่ยวกระถางต้นไม้หน้าบ้านและตู้โทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ก่อนพุ่งชนประตูเหล็กหน้าบ้าน จนทำให้เสาปูนหักพัง ส่วนสภาพรถด้านหน้าพังยับอัดติดอยู่กับเสาประตู กันชนหน้ารถหลุด โดยผู้ขับรถคือ นายสมหวัง ลีลาวราลักษณ์ อายุ 28 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 35/6 หมู่5 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าของรถยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
             

จากการสอบสวน นายสมหวัง ให้การว่า ตนเพิ่งออกมาจาก รพ.เทพธารินทร์ ซึ่งใกล้กับจุดที่ชน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุเป็นถนนสามเลน มีทางโค้งเลี้ยวซ้าย ตนขับอยู่ที่เลนกลาง จากนั้น จู่ๆก็มี รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อ และทะเบียน ที่ขี่ตีคู่รถตนมาจากเลนขวา จากนั้นรถคันดังกล่าวก็หักรถเลี้ยวซ้ายปาดหน้ารถตนอย่างกะทันหัน ด้วยความตกใจ ตนจึงหักพวงมาลัยไปทางซ้ายทันที ทำให้รถเสียหลักพุ่งขึ้นพุ่งชนบ้านดังกล่าว แต่ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ


ทางด้าน นางเซาะจู จันทรสี่ทิศ อายุ 70 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ให้การว่า ที่บ้านเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อและอาหารตามสั่งไม่มีชื่อ ก่อนเกิดเหตุตนและลูกๆ นอนอยู่ที่ชั้นบนได้ยินเสียงดังปั้งบริเวณหน้าบ้านจึงพากันลงมาดู ก็พบรถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งเข้ามาชนประตูบ้านและเสาประตูจนแตก ซึ่งบริเวณนี้มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นประจำเนื่องจากเป็นทางโค้ง ตนจึงเอากระถางต้นไม้มาตั้งไว้ที่ฟุตปาธเพื่อป้องกันรถแหกโค้งเข้ามาชนคนในบ้าน ซึ่งหากไม่เอากระถางต้นไม้มาวางไว้รถคันนี้ก็น่าจะพุ่งเข้าไปในร้านชนข้าวของได้รับความเสียหายมากกว่านี้   เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย

โจรงัดแงะหมดท่าเจ้าของบ้านเห็น-เผ่นหนีเข้าครัวไม่รอด





เผยเมียเจ้าของบ้านตื่นมาเห็นเข้าพอดี ตัดสินใจตะโกนเรียกผัว คนร้ายตกใจวิ่งหนีเข้าครัวเจอทางตัน ผู้เสียหายกดประตูล็อกขังเรียกตร.รวบเข้าซังเต
วันนี้(1 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งจาก นายบุญเรือง  อาจละออ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73/6 ม. 11 ต. บ้านอิฐ อ. เมือง จ. อ่างทอง ได้ควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้ ให้มาพาตัวไปดำเนินคดี  รุดไปตรวจสอบพบ

ที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านชุมชนไลอ้อน อยู่ที่ ต.บ้านอิฐ  อ.เมือง จ.อ่างทอง พบ นายบุญเรือง เจ้าของบ้าน ยืนรอให้การกับตำรวจว่า ได้ขังคนร้ายที่เข้ามาขโมยของในบ้านเอาไว้ในห้องครัว อยากให้เข้าไปจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบในห้องครัว พบนายวีรยุทธ ใจใหญ่ อายุ 21 ปี นั่งอย่างหมดอาลัยตายอยาก ถายในตัวพบ ไขควงแฉก ครีมตัดสายไฟ  เงินสด 1,400 บาท

สอบถาม นางนิภาพร หวลใจ อายุ 48 ปี ภรรยานายบุญเรือง เล่าว่า บ้านตน ดัดแปลงร้านเป็นร้านขายของ ก่อนเกิดเหตุได้ ตนเพิ่งจะตื่นนอนมา เนื่องจากต้องไปตลาดเพื่อไปซื้อของมาเตรียมขาย แต่ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นรองเท้าหน้าแปลกๆวางอยุ่หน้าบ้าน จึงพยายามลองแอบดู ก็พบเงาคนร้ายย่องเดินเข้ามาภายในบ้าน จึงตัดสินใจตะโกนเรียกนายบุญเรือง จนคนร้ายตกใจรีบวิ่งหนีเข้าไปในห้องครัวซึ่งเป็นห้องตัน ทำให้รีบปิดประตูและกดล็อกห้องทันที ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มารับตัว

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

2 โจรอ้วนผอมสวมรอยตำรวจชิงทรัพย์พ่อค้า





2 โจรอ้วน-ผอมสวมรอยตำรวจ จี้ชิงทองหนัก 8 บาท เงินสด 1 หมื่นบาท พ่อค้าปลาย่าง ก่อนใช้ด้ามปืนกระหน่ำตีเหยื่อจนบาดเจ็บสาหัส ตำรวจเชื่อคนร้ายเป็นผีพนันบอลถังแตก ออกอาละวาดจี้ชิงทรัพย์หาเงินปลดหนี้
เมื่อเวลา 00.10 น.วันนี้ ( 28 มิ.ย.) ร.ต.อ.เอกชัย มูลลี ร้อยเวร สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ 2 คนร้ายแอบอ้างเป็นตำรวจ ใช้อาวุธปืนและมีดจี้ชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส  บริเวณลานจอดรถหลังตลาดนัดสหชัย หมู่5 ต.สัตหีบ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียหายคือนายบุญนำ แก้วอินต๊ะ อายุ 54 ปี พ่อค้าขายปลาย่าง ถูกคนร้ายตีด้วยด้ามปืนที่ศีรษะเป็นแผล ฉกรรจ์ นั่งรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยท่าทีตื่นตระหนก  เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จึงทำการปฐมพยาบาล และนำตัวส่งรพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือต่อไป  ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบมีดปลายแหลมที่คนร้ายทำตกไว้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นผู้เสียหายให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุ ได้มาขายปลาย่างอยู่ในตลาดนัดเปิดท้าย จนตลาดเลิกจึงเก็บของรวบรวมไว้บริเวณร้าน และได้เดินมาเอารถยนต์กระบะ วีโก้ 4 ประตู สีดำ ทะเบียน บว – 7612 ระยอง ของตนบริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นคนร้ายเป็นชาย 2  คนรูปร่างผอมสูง และอ้วนเตี้ย อายุประมาณ 40 ปี ไว้ผม รองทรง สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ นุ่งกางเกงขายาว  ลักษณะคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ  ซ้อนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีเลือดหมู เป็นยานพาหนะ ก่อนที่หนึ่งในคนร้ายรูปร่างอ้วนจะตรงเข้ามา ล็อกแขน ส่วนคนผอมสูงทำหน้าที่ปลดทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท สร้อยข้อมือหนัก 4 บาท และกระเป๋าเงินซึ่งมีเงินสด 10,000 บาท  ระหว่างนั้นตนพยายามขัดขืนปัดป้องจึงถูกคนร้ายใช้ด้าปืนตีที่ศีรษะหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป

พ.ต.อ.ชนพัฒน์ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ทำให้ปริมาณคดีอาชญากรรมในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากคนร้ายมักจะต้องการเงินไปใช้หนี้พนันนบอลจึง ออกอาละวาดก่อเหตุไม่เว้นแต่ละวันเพื่อนำเงินไปปลดหนี้พนันบอล เช่นรายนี้ คนร้ายน่าจะจ้อง และติดตามดูพฤติกรรมมานานจนรู้ความเคลื่อนไหว จึงได้ไปดักรอจนสบโอกาสลงมือก่อเหตุ ล่าสุด ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวในการติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมตรวจเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดทุกแห่ง ที่คาดว่าคนร้ายจะผ่าน เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แห่ฟัง "เพื่อไทย" แน่นวงเวียนใหญ่ "เหลิม" กร้าวเปิดสภาซักฟอก "ปชป."





แห่ฟัง "เพื่อไทย" แน่นวงเวียนใหญ่ "เหลิม" กร้าวเปิดสภาซักฟอก "ปชป."
เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.วันนี้ ( 28 มิ.ย.) ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ(รมช.เกษตร) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. นายสุธรรม แสงประทุม นายอดิศร เพียงเกษ รองประธานโซน กทม.ฝั่งธนบุรี จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ นายขวัญชัย สาราคำ (ไพรพนา) ประธานชมรมคนรักอุดร โดยมีประชาชนส่วนใหญ่ต่างสวมเสื้อแดงเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยแน่นลานพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ

ทั้งนี้ ก่อนที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะขึ้นเวทีปราศรัย ได้มีการเปิดคลิปเสียงของนายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขณะเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต่างพูดสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหยุดวงจรการปฏิวัติรัฐประหารในอนาคต

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะประธานโซนกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ขอให้เลือกคนของพรรคเพื่อไทยและในฐานะที่ตนทำงานกับตำรวจขอให้ไปช่วยชี้แจงและศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทยจะต้องเอาชนะให้ได้ และ เปิดประชุมสภาจะเกิดปรากฏการณ์ใหม่ รัฐบาลจะอภิปรายฝ่ายค้านทั้งเรื่องที่ กทม.ต่อสัญญารถไฟฟ้าให้กับบีทีเอสทั้งที่เหลืออายุสัญญา 17 ปีเพิ่มอีก 13 ปีรวมเป็น 30 ปี และกรณีการโอนเงินเดือนละ 57ล้านบาทเข้าบัญชีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของนักการเมืองรายหนึ่ง  รวม 520 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอกำลังสอบอีกไม่นานเกินรอจะรู้ว่าเงินนี้มีที่มาอย่างไร ได้มาอย่างถูกต้องหรือรีดไถใครมา

รมว.กลาโหมสั่งเช็กบิล มือดีส่งข้อมูลนาซาให้ฝ่ายค้าน




รมว.กลาโหม สั่งเช็กบิลมือดีปล่อยข้อมูลลับ สมช. กรณีค้าน นาซา ใช้อู่ตะเภา หลุดไปถึงมือฝ่ายค้าน พร้อมระบุไม่จำเป็นถกในสภาเพราะโครงการยกเลิกแล้ว

วันนี้ (29 มิ.ย.) เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการต่อไป หลังจากที่ทางนาซาถอนตัวไม่ใช้สนามบินอู่ตะเภาในการตั้งฐานปฏิบัติการสำรวจเมฆแล้วว่า ก็คงต้องดูว่าปีหน้าเขาจะติดต่อมาอีกหรือไม่ ถ้าเขาสนใจก็ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ในปีหน้าถ้าเขาสนใจอยู่ แต่ปีนี้ผ่านไปแล้วก็ต้องปล่อยผ่านไปก่อน ถ้าจะขอมาอีกก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เขาต้องรู้ว่าสถานภาพประเทศไทยต้องขอล่วงหน้า เพื่อดำเนินตามกรรมวิธีของรัฐบาล เมื่อถามว่าขั้นตอนในสภายังจำเป็นหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเรื่องนี้ถอนออกไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอภิปราย หากขอมาอีกครั้งหนึ่งก็ต้องเอาเข้าสภา คงไม่มีการพิจารณาล่วงหน้า ถ้าเขาไม่ขอมันก็ไม่มีประโยชน์จะเป็นการพิจารณาเก้อ



ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมการทำรายละเอียดของทั้งของกองทัพและสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงช้า รองนายกฯ กล่าวว่า ข้อมูล สมช.ที่เอามาพูดกันเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว ก่อนที่จะมีการประชุม ครม.สัญจรที่ชลบุรี ถือเป็นข้อมูลของหน่วยปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อมูลของฝ่ายนโยบาย แต่เมื่อฟังข้อชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กระทรวงเกษตรฯ แล้วก็ไม่เใช่ข้อมูลที่ต้องกังวล เรื่องที่บอกว่าข้อกังวล สมช.หรือกองทัพเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติหรือแก้ไข เป็นระดับเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ระดับนโยบาย แต่ฝ่ายค้านไปยกเอาความรู้สึกของฝ่ายปฏิบัติมาอ้างในเรื่องนโยบาย เมื่อฝ่ายปฏิบัติได้รับทราบเรื่องนโยบายในวันที่นายกฯเรียกประชุมที่โรงแรมรอยัลคลิฟ ที่พัทยาวันนั้นแล้วหน่วยปฏิบัติก็หมดปัญหา สามารถที่จะปรับในเรื่องของการปฏิบัติได้ ตนไม่รู้ว่าใครส่งข้อมูลภายใน สมช.ไปให้อีกฝ่าย จึงต้องตรวจสอบภายใน



ฃเมื่อถามว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนต่อไปหรือไม่การที่จะไปตกลงกับใครต้องรีบนำกลับมาพิจารณากันให้ชัดเจนก่อน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า แน่นอน ซึ่งครั้งนี้สหรัฐฯได้มาติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเร็วๆมานี้ กระทรวงก็รีบร้อนนำเข้าครม.แต่เวลามันไม่พอ ปีต่อไปหากยังมุ่งหมายก็ต้องให้เวลา ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ท้าขึ้นเวทีถกด้วยนั้น ตนไม่ทราบเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้ง 2 คน.

"บิ๊กตู่"แก้เผ็ดอาชีวะเกเรเป็นทหารไม่ต้องจับสลาก





“ประยุทธ์” แก้เผ็ด “เด็กอาชีวะ”จับเข้าค่ายละลายพฤติกรรม พร้อมขึ้นบัญชีรับเป็นทหารเกณฑ์โดยอัตโนมัติไม่ต้องจับฉลาก


วันนี้ (29 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของโครงการสุภาพบุรุษอาชีวะว่า ขณะนี้ได้ประชุมหารือแล้วและมีข้อสรุปว่าจะใช้หลักสูตรคล้าย ๆ กับการเกณฑ์ทหารกองประจำการในการละลายพฤติกรรม โดยเน้นสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมในสังคม การทำประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งให้เห็นคุณค่าของชีวิตในแต่ละฝ่ายและกลับมาดูครอบครัว เพื่อให้เห็นอกเห็นใจพ่อแม่ที่ส่งให้ไปเรียนหนังสือแล้วไม่เรียน ทำตัวเกเร รวมทั้งสร้างสำนึกในบุญคุณของครูอาจารย์ เชื่อฟัง เคารพ ทำให้สิ่งเหล่านี้ที่มันเคยอยู่ในสังคมไทยในอดีตกลับมา



“วันนี้มันอยู่หรือหายไปผมไม่รู้ ผมคาดหวังว่าจะดีขึ้นและอยากให้เป็นโครงการระยะสั้น เพราะถ้าเป็นโครงการระยะยาวแปลว่ามีคนแบบนี้เยอะ ให้มันสั้น ๆ ทำครั้งสองครั้งจบแล้ว แสดงว่าคนเข้าใจแล้วไม่มีอีก วันนี้ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกัน รุ่นพี่บอกไว้ว่าอันตราย ไปโรงเรียนต้องพกมีดไว้ เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายระหว่างทาง ดังนั้นต้องกลับมาสู่สังคมไทยที่พูดกันเข้าใจง่าย ไม่รู้จักแล้วมาฆ่าฟันกัน มันไม่ใช่เรื่อง พวกนี้ต้องขึ้นบัญชีไว้เอาไปเตรียมเป็นทหารถึงเวลาเกณฑ์ทหารพวกนี้รับหมดไม่ต้องจับฉลาก ดูสิว่าจะเก่งอย่างที่ทำไว้หรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผจก.ทีมอัซซูรี่ยอมรับสเปนยังเต็งแชมป์บอลยูโร





"ปรันเดลลี" ผู้จัดการทีมอัซซูรี่ ยอมรับทีม "กระทิงดุ" ยังเต็งแชมป์ "ยูโร 2012" ขณะที่ "บาโลเตลลี" ปลื้มไม่เลิกหลังเหมายิง 2 ตุง ถือเป็นคืนที่ดีที่สุดในชีวิต
เชซาเร ปรันเดลลี ผู้จัดการทีมชาติอิตาลี ยืนยันว่า ทีมชาติสเปน ยังคงเป็นทีมเต็ง และมีโอกาสคว้าแชมป์ "ยูโร 2012" มากกว่า อิตาลี ถึงแม้ทีม "อัซซูรี" เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดยอด และเฉือนเอาชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี อีกหนึ่งทีมเต็งของการแข่งขัน 2-1 พร้อมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ สเปน ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ก็ตาม



อิตาลี ได้ทั้ง 2 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรกจาก มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าจอมกวน ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่เนชั่นแนล สเตเดี้ยม ในกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และถึงแม้ เมซุต โอซิล จะยิงจุดโทษตีตื้นให้ เยอรมนี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ก็ไล่ไม่ทัน ทำให้ อิตาลี เฉือนชนะ เยอรมนี 2-1 และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติสเปน ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเคียฟ ประเทศอิตาลี ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. ที่จะถึงนี้



สำหรับ อิตาลี กับ สเปน เคยพบกันมาแล้ว ในเกมรอบแรก นัดแรก กลุ่ม C ซึ่งทั้งคู่เสมอกัน 1-1 โดยที่ทีมอัซซูรีเป็นฝ่ายยิงนำไปก่อนด้วย และ อิตาลี ก็เป็นเพียงทีมเดียว ที่ยิงประตูทีมกระทิงดุได้ในขณะนี้ เพราะทีมแชมป์เก่าเพิ่งเสียประตูไปแค่ลูกเดียว นอกจากนั้นทีมเมืองมะกะโรนียังเพิ่งเอาชนะทีมกระทิงดุ ในเกมกระชับมิตร เมื่อปีที่แล้วด้วย ทำให้ผู้สันทัดกรณีมองว่า อิตาลี มีโอกาสดีที่จะเอาชนะ สเปน และคว้าแชมป์มาครอง



อย่างไรก็ตาม เชซาเร ปรันเดลลี กุนซือทีมชาติอิตาลี ออกมายืนยันหลังเกมว่า "สเปนยังคงมีโอกาสมากกว่า อิตาลี เพราะพวกเขาทำงานร่วมกันมานานหลายปี และครองบอลได้เหนือกว่าคู่ต่อสู้ในทุกเกม ดังนั้นการพบกับทีมระดับสุดยอด ซึ่งสามารถเล่นในเกมของตัวเองได้เสมอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเขายังคงเป็นทีมเต็งเหนือกว่าเรา"



ด้าน มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี ผู้ยิง 2 ประตูในเกมนี้ และช่วยให้ อิตาลี ยังคงไม่เคยแพ้ต่อ เยอรมนี ในการพบกันในรายการใหญ่ 8 ครั้ง ยอมรับว่า วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของตนเอง และขอมอบทั้ง 2 ประตูให้คุณแม่ ที่เข้ามาชมเกมนัดนี้ด้วย



ซูเปอร์มาริโอ กล่าวว่า "มันเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผมก็ว่าได้ แม่ของผมอยู่ในสนามด้วย และพ่อของผมก็ชมเกมผ่านทีวี ผมยิง 2 ประตูต่อหน้าแม่ของผม และผมอยากจะยิง 2ประตูต่อหน้าพ่อของผมในรอบชิงชนะเลิศ ที่เคียฟ"

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

''เจสัน มราซ'' ปลื้มสยาม เมืองยิ้ม หยอดหวาน ที่นี่เหมือนบ้านตัวเอง





จะมีศิลปินสักกี่คน ที่จะทำให้แฟนเพลงทั่วโลกหลงรัก ทั้งทำนอง ความหมายของเนื้อเพลง ตลอดจนแนวคิดและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต แต่ที่พูดมาข้างต้นนั้น คือความเป็นตัวตนของ เจสัน มราซ นักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ที่สามารถทำให้คนที่ฟังงานของเขารู้สึกเช่นนั้นได้จริง ๆ แม้ว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ชาวไทยจะพลาดชมคอนเสิร์ตเพราะเหตุน้ำท่วม แต่ในที่สุดหนุ่มคนนี้ก็บินกลับมาเปิดคอนเสิร์ตไปเรียบร้อย โดยการเยือนเมืองไทยครั้งนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” ก็ไม่พลาดที่จะเข้าสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เจสัน มราซ มาฝากแฟน ๆ กันด้วย...

ความแตกต่างระหว่างการเดินทางทัวร์คอนเสิร์ต กับการกลับบ้านของคุณแตกต่างกันยังไง?

“ที่บ้านเกิดของผมที่เวอร์จิเนีย หรือที่อยู่ปัจจุบันตอนนี้ที่ซานดิเอโก ในทุก ๆ ที่กลายเป็นเหมือนที่ ๆ คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเสียงสนทนา เสียงนกร้องและต้นไม้ใบหญ้าเหมือนมันจะหายไปในบางครั้ง จนผมลืมนึกถึงความสวยงามของสิ่งที่ผมเจอทุกวัน ดังนั้นเวลาที่ผมเดินทางไปที่ใหม่ ๆ ผมจึงมองความสวยงามของสถานที่ใหม่ ๆ ที่ผมเจอ และจะบอกตัวเองเสมอว่าบ้านคือที่ ๆ เราอยู่ ณ ตอนนั้น อย่างเช่นขณะนี้เราอยู่เมืองไทย เมืองไทยก็คือบ้านของผม”

แล้วการเดินทางมาทัวร์ที่เอเชียเป็นอย่างไรบ้าง?

“ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งเวลามาที่เอเชีย ผมมาถึงผมอ่านป้ายหรือตัวหนังสือไม่ออก ไม่เหมือนเวลาที่ผมอยู่นิวยอร์กผมเห็นป้ายโฆษณา สัญลักษณ์ ตามท้องถนนก็เข้าใจความหมาย ผมเลยมองว่าสิ่งที่เจอเวลามาเอเชีย มันคือศิลปะที่ทำให้จิตใจผมสงบได้ เป็นความรู้สึกใหม่ ๆ ที่มาจากสิ่งเหล่านี้ที่ผมจะได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาท่องเที่ยวไปที่ต่าง ๆ”

ถ้าพูดถึงเมืองไทย คุณรู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้าง หรือรู้เปล่าไทยถูกเรียกว่า “สยามเมืองยิ้ม”?

“ผมไม่เคยคาดหวังว่าที่ไหนจะต้องเป็นยังไง เพราะกลัวว่าวันนึงไม่เป็นอย่างที่คิด เลยเลือกที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ผมไม่รู้ว่าประเทศไทยถูกเรียกว่า สยามเมืองยิ้มมาก่อน ซึ่งผมสังเกตได้จากที่นี่และรู้แล้วว่าเป็นเมืองแห่งรอยยิ้มมันน่าทึ่งมากจริง ๆประเทศอื่น ๆ ไม่มีความงดงามแบบนี้ ทั้งการโค้งทำเคารพ ภาษาที่แสดงความเคารพต่อผู้ชายและผู้หญิงเป็นสิ่งงดงาม วัฒนธรรมเช่นนี้ไม่มีที่สหรัฐอเมริกา แต่ที่นี่มันเป็นความสง่างาม ผมไม่สามารถจะคิดคำพูดอะไรมาบอกได้ มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่คุณควรจะภูมิใจ”

จะพูดได้ไหมว่าเพลงของคุณมีเนื้อหาส่วนมาก พูดถึงความรักและความสัมพันธ์?

“จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่ามันเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เวลาผมทำอัลบั้มนี้ผมเรียนรู้ในชีวิตหรือประสบการณ์เห็นเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ที่ธรรมดา ๆ ผ่านเข้ามาตลอดชีวิต แต่ผมก็ยังไม่ใช่ผู้รู้เกี่ยวกับความรัก ผมยังไม่มีครอบครัวหรือมีความสัมพันธ์ที่ยาวนาน แต่ผมก็พยายามที่จะเรียนรู้และปรับปรุงมันให้ดีขึ้น กับอัลบั้มนี้ผมเริ่มจากการเห็นอาร์ตเวิร์กของอักษรสี่ตัว (l-o-v-e) บนปกอัลบั้ม ซึ่งเป็นการรวมรูปทรงเรขาคณิตได้อย่างลงตัว คำว่า “รัก” ที่ผมเห็นก็คิดว่า ว้าว!  ผมประทับใจคำนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ผมจะทำอัลบั้มนี้ที่มีเรื่องของความรักเป็นหลัก อีกอย่างคือ เมื่ออัลบั้มนี้ขายดีโปสเตอร์ ปกหรือการประชาสัมพันธ์หรือแม้เวลาดาวน์โหลดเพลง ก็จะได้เห็นคำว่า เลิฟ นั้น ซึ่งถ้าหากคุณเลือกจะมองเห็นว่ายังมีความรักอยู่บนโลกใบนี้ในทุก ๆ ที่ เพลงในอัลบั้มนี้เป็นแค่เรื่องรอง ๆ ของการที่เดินทางเพื่อเข้าใจความรัก ซึ่งรักคือการแบ่งปัน ที่ผมมาให้สัมภาษณ์มาคุยกันครั้งนี้ก็คือการแบ่งปันสิ่งที่ผมรักที่จะทำ คุณเองก็รักในสิ่งที่คุณทำและแบ่งปันให้คนอ่านและคนอ่านก็อาจแบ่งปันสิ่งที่ต่อ ๆ กันไปครับ”

ต้องทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกอย่างนี้ มีวิธีแบ่งเวลาให้คนใกล้ตัวคุณอย่างไรบ้าง?

“ผมพยายามจัดการมันให้ดี ถึงแม้บางครั้งจะผิดเพี้ยนไปบ้าง แล้วก็ต้องมาคิดว่าทำไมผมทำแบบนี้เนี่ย แต่ยังไงผมจะพยายามทำให้ดี แบ่งเวลาเล่นโยคะ ออกกำลังกาย เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของผมต้องเดินทางอยู่บนเครื่องบิน ในรถตู้เลย ที่บางทีก็ทำให้เราเฉื่อยชา เลยต้องคอยกระตุ้นตัวเองเสมอ เหมือนอย่างที่บ๊อบ มาเลย์ บอกไว้ “ทำชีวิตให้สดใสร่าเริง” และหันกลับมาใช้ความคิด และเริ่มต้นเขียนเนื้อเพลง สำหรับผมกิจกรรมพวกนี้ช่วยให้ผมรักษาสมดุลได้  ในช่วงเวลาที่เหลือชีวิต ผมจะมีครอบครัวมั้ย ผมคิดว่าไม่ ครอบครัวของผมยอมรับในเส้นทางนี้ของผม ผมมีเพื่อนมากมายที่คอยสนับสนุนผมเสมอ ผมเลยไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์กับคนรอบตัวของผมหายไปไหนเลย”

คุณมีมูลนิธิของตัวเองด้วย ช่วยเล่าให้เราฟังถึงที่มาที่ไปหน่อยได้ไหม?

“เริ่มขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนั้นผมไม่มีอะไรเลย แต่ครอบครัวของผมทำให้ผมมีชีวิตที่สวยงามจนเดินมาสู่เส้นทางการเป็นศิลปินอย่างที่ผมฝัน ผมจึงอยากใช้ความมีชื่อเสียงของผม ช่วยเหลือผู้คนหรือองค์กรต่าง ๆ

โดยตั้งมูลนิธิเจสัน มราซ ช่วยเหลือองค์กร 8 ด้าน ซึ่งจะครอบคลุมถึงองค์กรพิทักษ์สัตว์จนถึงสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมของมนุษย์  ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน มนุษยชน สามารถจะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ jasonmraz.com/foundation ครับ”

จบการสนทนาในเวลาอันรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะหนุ่มคนนี้พูดคุยอย่างเป็นกันเองมาก ๆ แถมได้สัมผัสจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของ มราซ เข้าไปเต็มเปา แล้วอย่างงี้จะไม่ให้แฟน ๆ หลงรักหนุ่มเซอร์อารมณ์โรแมนติกคนนี้ได้อย่างไร

สงขลายึดยาไอซ์7กก.ค่า21ล้านบาท





บุกค้นบ้านเอเย่นต์สาวค้ายาเสพติดรายใหญ่ใน จ.สงขลา ยึดยาไอซ์ 7 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ตรวจสอบเป็นน้องสาวเอเย่นต์ยาบ้ารายใหญ่ที่เคยยิงสู้ตำรวจ แต่ถูกจับกุมได้เมื่อ 2 ปีก่อน
เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้(22มิ.ย.) กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองสงขลา และ ชุดเฉพาะกิจผู้ว่าราชการ จ.สงขลา นำโดย พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข รอง ผบช.ภ.9 และ พ.ต.อ.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา นำหมายค้นของศาล จ.สงขลา เข้าตรวจค้นทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 95/2 หมู่ 1 ซอยถาวร ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา หลังสืบสวนทราบว่า ถูกใช้เป็นสถานที่พักและลักลอบจำหน่ายยาเสพติดของเอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่ จ.สงขลา

 ตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมี น.ส.วิภาพร สินทับ อายุ 28 ปี ชาว จ.สงขลา เป็นผู้เช่า และเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์น้ำหนักรวม 7 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์สำหรับแบ่งขายยาไอซ์ ทั้งเครื่องชั่งหลอดพลาสติกอีกจำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ครบชุด แต่ น.ส.วิภาพร ไหวตัวทัน สามารถหลบหนีไปได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นไม่นาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดยาไอซ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นล๊อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับได้ในพื้นที่ จ.สงขลา ไว้เป็นของกลาง และส่งชุดสืบสวนติดตามไล่ล่า น.ส.วิภาพร เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายนี้ ซึ่งเชื่อว่า น่าจะยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา


สำหรับ น.ส.วิภาพร เป็นน้องสาวของ นายธนากร สินทับ หนึ่งในเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ใน จ.สงขลา ซึ่งถูกตำรวจจับกุมไปเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว หลังยิงต่อสู้กับตำรวจขณะเข้าจับกุม และขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ จ.สงขลา และ น.ส.วิภาพร ได้หันมาตั้งตัวเป็นเอเย่นต์แทนพี่ชาย โดยตำรวจจะทำการขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ ทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และในเรือนจำ จ.สงขลา ต่อไป..

จับสองผัวเมียเดินสายลักทรัพย์ทั่วโคราช





จับผัวเมียเดินสายลักทรัพย์ทั่วโคราช ขโมยเครื่องเสียงตามใบสั่ง ก่อเหตุทั่วทั้งจังหวัด แยกเก็บของที่ขโมยมาซุกไว้กว่า 10จุด ตามยึดของกลางกว่า 30รายการ
วันนี้ (22 มิ.ย.) ที่ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก เจียมจังหรีด ผกก.สภ.โชคชัย พ.ต.ท.ธนภัทร เพชรอรุณ รอง ผกก.สภ.โชคชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายทวีศักดิ์ พุฒิวงศ์ อายุ 32 ปี และ น.ส.สุวรรณา เพ็ชรอ่อน อายุ 20 ปี สามีภรรยา ผู้ต้องหาลักทรัพย์ โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่ห้องเช่าหลังปั้มน้ำมันบางจาก หมู่ 10 ต.โชคชัย จ.นครราชสีมา พร้อมของกลาง ทีวี คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ลำโพงพร้อมชุดเครื่องเสียง และอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งของใช้ตาง ๆ ทั้งหมด 33 รายการ คิดเป็นมูลค่าหลายแสนบาท


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย ได้รับแจ้งจาก นางปราณี พริกกระโทก  ชาว อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ว่า ถูกคนร้ายขโมยทรัพย์สินจากบ้านพักไม่มีเลขที่ใน อ.โชคชัย ทรัพย์สินหายไปหลายรายการ เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุ ใช้รถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเขียว ทะเบียน กต 4793 นครราชสีมา เป็นพาหนะในการก่อเหตุ จึงสืบสวนทราบว่า รถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่ ห้องเช่าหลังปั้มน้ำมันบางจาก หมู่ 10 ต.โชคชัย จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบของกลางหลายรายการที่ผู้เสียหายแจ้งความหายไว้ที่โรงพัก



จากการขยายผลผู้ต้องหาทราบว่า ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.โชคชัย และอำเภอใกล้เคียงมาแล้วหลายครั้ง จึงติดตามตรวจยึดของกลางที่นำไปซุกซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งในเขตพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา อ.ครบุรี และ อ.โชคชัย  จำนวนทั้งหมด 11 จุด โดยสามารถยึดของกลางได้ทั้งหมดรวม 33 รายการ สอบสวน นายทวีศักดิ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับภรรยา ก่อเหตุเดินสายขโมยทรัพย์สินมานานกว่า 3 เดือน  เพื่อหาเงินมาเสพยาบ้า และใช้จ่ายในครอบครัว โดยก่อเหตุมาแล้ว 6 ครั้ง จะขโมยทรัพย์สินทุกอย่างที่สามารถนำไปขายได้ แต่จะเลือกเป้าหมายที่เป็นเครื่องเสียงรถยนต์  หรือเครื่องเสียงรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำมาตกแต่งรถยนต์ได้ โดยในบางครั้งจะเลือกลงมือขโมยที่ร้านขายเครื่องเสียงรถยนต์ด้วย เนื่องจากมีความชอบส่วนตัว มีความรู้ด้านนี้ด้วย ประกอบกับหากชอบเป็นพิเศษก็จะนำมาตกแต่งรถยนต์ของตนเองด้วย  และมีผู้ที่ชอบแต่งเครื่องเสียงรถมาสั่งล่วงหน้าด้วย จึงทำให้เมื่อได้มาแล้วจะขายได้ง่าย โดยล่าสุดไปก่อเหตุขโมยในบ้านของนางปราณี และถูกจับกุมได้..

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หนุ่มวัย32ปีสร้างสถิติดูซีรีส์นานที่สุดในโลก




หนุ่มวัย 32 ปี ชนะแข่งขันดูซีรีส์นานที่สุดในโลก 50 ชั่วโมง ได้รางวัลรถนิสสัน มาร์ช ให้ภรรยาและลูก3คน
วันนี้ (17 มิ.ย.)  ผลการแข่งขันดูซีรี่ส์ญี่ปุ่น-เกาหลี มาราธอน รายการ "เจเคเอ็น ซีรีส์ นอนสต๊อป" สร้างสถิตินานที่สุดในโลก 50 ชั่วโมง จัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กิจกรรมพิเศษของช่อง เจเคเอ็น (JKN) ทีวีดาวเทียมและเคเบิ้ล ของบริษัท  เอสทีจีเอ็มเอ็ม จำกัด (STGMM) ที่มีผู้ชมรายการช่อง เจเคเอ็น แห่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 2,000 คน ผ่านการคัดเลือกจนเหลือ 200 คนสุดท้าย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันดูซีรีส์มาราธอนชิงรางวัลรถยนตร์นิสสัน มาร์ช ตกแต่งพิเศษคันเดียวในโลก มูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งมีดาราอารมณ์ดี จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ร่วมแข่งขันด้วย เริ่มเปิดการแข่งขันไปเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.  สิ้นสุดการแข่งขันในเวลา 15.00 น. ของวันนี้  

โดยวันแรก  มีผู้แข่งขันตกรอบ 75 คน รวมทั้ง จิ๊ก-เนาวรัตน์ ที่ยกมือขอออกจากการแข่งขันไปเนื่องจากติดภารกิจด่วน จากนั้นผู้แข่งขันทยอยตกรอบตลอดวัน เพราะทนง่วงนอนไม่ไหว  กระทั่งหมดเวลาแข่งขัน เหลือผู้ชนะทั้งสิ้น 18 คน แต่เนื่องจากผู้ชนะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ทางคณะกรรมการจึงเตรียมคำถามเกี่ยวกับซีรีส์ที่ได้ชม นำมาตอบคำถามคัดเลือกกันอีกรอบ จนเหลือผู้เข้ารอบ 3 คนเพือตอบคำถามที่ว่า "โรด นัมเบอร์ วัน-สงครามรัก ปรารถนามิอาจลืม ฉากวันที่นางเอกไปส่งพระเอกเพื่อไปเป็นทหารครั้งแรก นางเอกใส่กระโปรงสีอะไร?"

ในที่สุดผู้ชนะตกเป็นของ นายชิษณุพงศ์ ถิรวัฒน์ติวงศ์ อายุ 32 ปี พนักงานบริษัท เอสทีวี  เจ้าของสถิติดูซีรี่ส์ญี่ปุ่น-เกาหลี นานที่สุดในโลก คนแรกของประเทศไทย คว้ารถยนตร์ นิสสัน มาร์ช ไปครองซึ่ง นายชิษณุพงศ์  เผยว่า ตนเป็นแฟนรายการช่องเจเคเอ็นติดตามชมมาตลอด เมื่อเห็นว่ามีแคมเปญดูซีรีส์นานที่สุดในโลก จึงสนใจและได้เดินทางมาร่วมแข่งขันเพราะอยากได้รถให้กับครอบครัวและต้องการเป็นผู้สร้างสถิติโลกในครั้งนี้ด้วย  ปกติตนเป็นคนชอบดูซีีรีส์อยู่แล้ว เทคนิคส่วนตัวที่ทำให้ไม่หลับ ไม่ง่วงเลย คือนั่งหลังตรงตลอดเวลา ยอมรับว่ามีช่วงเผลอง่วงเกือบหลับเหมือนกันแต่การนั่งหลังตรงทำให้เรารู้สึกตัวได้เร็วและสามรถควบคุมตัวเองได้ รู้สึกดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะและคว้ารถคันแรกให้กับครอบครัวได้ เพราะตั้งแต่ใจมาคว้าชัยชนะเพื่อภรรรยาและลูก 3 คนอยู่แล้ว.

อั้ม โต้ คุณแดง ชวนย้ายสังกัด





พอมีข่าวว่าอดีตบอสใหญ่วิกหมอชิต คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ จะไปจับมือกับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง    แกรมมี่ ก็เลยมีกระแสข่าวตามมาว่า มีการชักชวนลูกรักอย่าง ซุป’ตาร์สาว อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ที่กำลังจะหมดสัญญากับช่อง 7 ในปีหน้า ไปร่วมงานด้วย ล่าสุดมีโอกาสเจอตัวสาวอั้มในงาน “โฮมเฟรชมาร์ท มิ้ลด์ เฟสติวัล 2012” ที่ เดอะมอลล์ บางแค เจ้าตัวเลยให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า

“ไม่มีการพูดคุยค่ะ เรื่องคุณแดงอั้มยังไม่ทราบจริง ๆ” ได้เจอคุณแดงบ่อยไหม? “ไม่บ่อยค่ะ นาน ๆ ทีเลยค่ะ ไม่ได้คุยเรื่องงานเลย” ถ้าในอนาคตคุณแดงเขาทำจริงมีสิทธิที่จะไปไหม? “ยังไม่ทราบจริง ๆ เลยค่ะ ว่าเขาจะทำอะไรค่ะ” เห็นนุ่นก็จะย้ายแล้ว? “ยังไม่ได้คุยกับนุ่นเลยค่ะ ยังพูดอะไรไม่ได้เลย อีกอย่างตอนนี้สัญญายังเหลืออีกตั้งปี ยังไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ” อยากเป็นนักแสดงอิสระไหม? “ยังไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีค่ะ” แล้วละครเรื่อง “อุบัติเหตุ” ถ่ายทำไปถึงไหนแล้ว? “บทยังไม่มาเลยค่ะ มาแค่ตอนเดียวเอง ตอนนี้ก็รอบทอยู่ ถ้าบทมาสัก 2-3 ตอน ก็น่าจะถ่ายได้แล้วค่ะ” มองเรื่องธุรกิจที่จะทำบ้างไหมช่วงนี้? “ตอนนี้ก็ขอทำงานก่อนอีกปีสองปีค่อยว่ากันค่ะ รอให้ถ่ายละครจนเบื่อก่อนค่ะ อยากจะโฟกัสเรื่องงานตอนนี้ให้ดีค่ะ แค่งานตอนนี้ก็คิวแน่นจะตายแล้วค่ะ”
กับหนุ่มที่คุยอยู่ เป็นยังไงบ้าง? “ก็ดีค่ะก็ดู ๆ ไปค่ะ ก็ดูอยู่คนเดียวค่ะ” ทำไมเรายังไม่เปิดว่าเป็นใครอะไรยังไง? “ไม่ได้ปิดนะ แต่ว่าเขาต้องทำงาน ไม่อยากให้ใครไปอะไรกับเขา เกรงใจความเป็นส่วนตัวของเขา พอเรามีใครคนคนนั้นก็จะถูกขุดคุ้ยเป็นนั่นเป็นนี่ เรื่องที่บ้านเขา บางทีมันก็เกินไป เราก็ไม่อยากให้เขาโดนอย่างที่เราโดน” แสดงว่ารักครั้งนี้ขอปิดไว้ก่อน? “ก็ไม่ได้ปิดนะ ไปโน่นไปนี่กันปกตินะ ก็มีคนเห็นกันเยอะแยะ” เขามีพูดถึงเรื่องข่าวบ้างไหมว่าอึดอัด? “เราจะไม่พยายามคุยกันเรื่องข่าว พยายามไม่คุยเรื่องที่เครียดค่ะ”.

"กรีน" เชื่อรักต่างวัยไม่ทำให้หัวใจมีช่องว่าง - ดาวต่างมุม





กระแสตอบรับดีจากบทบาทของ “บัวทอง” ในละครเรื่อง “ขุนเดช” ทางช่อง 7 สำหรับนักแสดงสาว กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล แม้จุดเริ่มต้นจะเดินมาในเส้นทางสายนักร้อง แต่ปัจจุบันตั้งแต่เข้ามาอยู่ในรั้วของช่อง 7 ก็ทำให้หลายคนเห็นพัฒนาการด้านการแสดงของเธอว่าเติบโตมากขึ้นไม่น้อย รวมทั้งเรื่องราวของความรักกับหวานใจรุ่นพี่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ ที่แม้วัยจะห่างกันพอสมควรแต่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยอยากจะพาไปพูดคุยกับสาวกรีนถึงชีวิตในหลากหลายมุมให้ได้ใกล้ชิดตัวตนที่แท้จริงของเธอมากขึ้นกว่าเดิม

กระแสตอบรับจากเรื่องขุนเดชดีมาก?

“ก็ดีค่ะ กรีนว่าคงเป็นเพราะเนื้อเรื่องด้วย คนอยากรู้เพราะเคยมีเวอร์ชั่นก่อน ยิ่งนักแสดงค่อนข้างมีชื่อเสียง พี่วี-วีรภาพ, พี่เวียร์, พี่จั๊กจั่น คนก็ยิ่งอยากดูไปใหญ่แล้วกรีนก็ดีใจมากที่คนก็ให้การต้อนรับ ชื่นชมในการแสดงของเราด้วย บางคนอาจจะชอบ บางคนอาจไม่ชอบบ้างก็มีผสมผสานกันไป แต่เนื้อเรื่องมันดีอยู่แล้ว เป็นละครน้ำดีเรื่องหนึ่งของช่อง 7 เลย เหมือนเป็นการสนับสนุนนักแสดงเล่นบทที่ดีด้วย พอละครออนแอร์ปุ๊บคนก็ติดตามเยอะ คนได้เห็นพัฒนาการการแสดงของเรา ก็ดีใจมากเลยค่ะ แต่เรื่องต่อไป “หยกเลือดมังกร” คาแรกเตอร์เป็นสาวมั่นเปรี้ยวซ่า คุณหนูเอาแต่ใจ ก็แอบกลัวคนมองไม่ออกเราจะเปรี้ยวยังไง เราเห็นหน้าตัวเองยังตกใจในความเปรี้ยวเลยค่ะ (หัวเราะ)”

มุมมองการทำงานในฐานะนักแสดงของเราเป็นยังไงบ้าง?

“เล่นละครมาเป็นเรื่องที่ 5 แล้วค่ะ สิ่งแรกที่เราเรียนรู้ในการเป็นนักแสดงคือมีวินัยและต้องตรงต่อเวลา พร้อมทำการบ้าน เตรียมตัวท่องบทค่ะ เราถึงจะสามารถทำงานอย่างราบรื่นมีความสุข เราต้องพัฒนาตัวเราเรื่อย ๆ ทุกฉาก ทุกตอนค่ะ เราเองไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เราหายไป จนเอเอฟให้เราลองจับทางแสดงดู ซึ่งกรีนชอบและสนุกก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”

จุดที่อยู่ตรงนี้มีความสุขดีกับงาน?

“มีความสุขดีค่ะ ถึงแม้เราจะมีความกดดันแต่ว่ามันก็เป็นช่วงสั้น ๆ พอเราเห็นผลงาน มีแฟนคลับและครอบครัวเราคอยให้กำลังใจเราก็โอเคแล้ว กระแสด้านที่ไม่ชอบเราก็มีนะ บางคนยังบอกเล่นไม่ค่อยดี หรือบางกระทู้ในเว็บไซต์ก็มาแนะนำว่าเรายังร้องไห้หรือตรงนั้นตรงนี้ไม่ดี กรีนอ่านนะคะ รับฟังหมดนะต้องขอบคุณทุกคอมเมนต์จริง ๆ”

ตัวตนที่แท้จริงของกรีนเป็นคนยังไง?

“ถ้าพูดถึงนิสัยแท้จริงเราก็ธรรมดาปกติค่ะ แต่พอแต่งหน้าโน่นนี่ก็อาจดูดีดูสวย แต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย พอเราลบหน้ามาก็เป็นคนทั่วไปเดินข้างถนน ก่อนหน้านั้นกรีนก็เป็นแบบนั้น ปัจจุบันก็ต้องเป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ เป็นเด็กอายุ 22 ปีที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เรียนให้จบเพราะเรียนอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทำทีสิสปีนี้แล้ว จะได้จบเร็วขึ้น แต่ครอบครัวก็คอยให้กำลังใจเรา คอยเตือนเรื่องเรียนอยู่เสมอ”

คุณพ่อคุณแม่เน้นเรื่องไหน?

“คุณพ่อคุณแม่ท่านไม่ได้อยู่ในวงการ ท่านมองว่าวงการมีอะไรซ่อนอยู่เยอะต้องคอยระวัง ไม่อ้างอิงบุคคลที่สาม ไปทำงานก็ต้องมีมารยาทกับทุกคน เพราะบางทีบางคนเข้ามามีชื่อเสียงปุ๊บจะเหลิง หลงตัวเอง แต่กรีนไม่นะ ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน เราจะรู้ว่าเราไม่จำเป็นเลยที่ต้องทำตัวให้เด่นให้ดัง เป้าหมายการทำงานเราจริง ๆ เพื่ออะไรเราต้องรู้ กรีนทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ถ้าพูดถึงครอบครัวทุกอย่างต้องดีและใสสะอาด เวลาที่คิดถึงครอบครัวก็จะคิดก่อนทำ ทำให้ดี อย่าทำให้เขาเดือดร้อนเพราะถ้าเราสร้างปัญหาอีกกลายเป็นภาระให้เขาก็แย่ค่ะ”

เรื่องความรักกับพี่เคลลี่ คนก็ค่อนข้างจับตามอง?

“เข้าใจค่ะ ขึ้นอยู่กับความคิดคนนะก็รู้สึกเหมือนกัน แต่อยากให้เขาใช้เวลาพิสูจน์มากกว่าว่าเป็นยังไง คนเราต่างความคิด เขาจะมองต่างก็ไม่ผิด แต่อย่ามองเราไม่ดี เพราะการที่มองเราไม่ดีแปลว่าคุณพ่อคุณแม่สอนเราไม่ดีแน่ ๆ กรีนไม่อยากให้คนมองแบบนั้นเลยค่ะ”

ย้อนไปตั้งแต่แรกที่เจอกันกับพี่เคลลี่ให้ฟังได้มั้ย แล้วกรีนประทับใจพี่เขาตรงไหน?

“ก็เจอกันที่ทีวีธันเดอร์นี่แหละค่ะ ก็ได้คุยกันค่ะ แล้วก็เคยเจอที่งานกาชาดครั้งหนึ่งแล้วก็มาทำงานที่ช่อง 7 ด้วยเลยได้รู้จักกับพี่เขาจริง ๆ อย่างที่หลายคนบอกว่าอายุเราห่างกันเยอะ แต่ตอนนี้เราก็คุยกันมาจะปีหนึ่งแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาว่าจะเป็นยังไงในอนาคต แต่ถ้าพูดถึงนิสัยพี่เคลลี่เป็นคนดีจริง ๆ เป็นคนดีคนหนึ่งที่ทำงานตรงนี้ แล้วก็สอนกรีน เตือนกรีนให้ความรู้กับกรีนได้ทั้งเรื่องการแสดงและงานไม่ใช่แค่เรื่องความรักอย่างเดียวค่ะ”

เขามีสอนหรือบอกให้ระวังอะไรเป็นพิเศษมั้ย?

“เขาให้ระวังเรื่องบทจูบเลยค่ะ พี่เขาจะบอกเลยว่าไม่ต้องเล่นจริงทุกครั้งก็ได้ ขอพี่ ๆ ไปเลยมันใช้มุมกล้องได้ เราก็ไม่รู้มาก่อนเขาให้เล่นเลิฟซีนก็เล่นเลยไม่กล้าขัด (หัวเราะ) พี่เขาก็บอกพูดได้มันเป็นสิทธิของเรา เรายังจะเล่นอีกหลาย ๆ เรื่อง เขาอยากให้เราดูแลตัวเองมากกว่าในฐานะผู้หญิง ปากเราก็ต้องเก็บไว้หน่อย (หัวเราะ)”

มีไปไหนมาไหน เจอกันบ่อยมั้ย คุณพ่อคุณแม่แนะนำเรื่องของความรักครั้งนี้ว่ายังไง?

“มีไปกินข้าว ดูหนังใช้ชีวิตปกติเลยไม่ได้ปิดบัง คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาอยากให้เราเรียนให้จบก่อน คนเป็นแม่ ลูกคนหนึ่งมีความรักเขาก็หวง คอยเตือนให้เราดูดี ๆ คุณแม่จะชอบแซวเป็นผู้หญิงเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน กรีนก็จะบอกถึงเป็นส้วมหน้าบ้านจริง แต่เป็นส้วมที่ขัดสะอาดแล้วนะ”

เพราะคู่เราเปิดตั้งแต่แรกหรือเปล่าเลยทำให้สบายใจมากขึ้น?

“ใช่ค่ะ ก็ปรึกษากับพี่เขาว่าเราไม่จำเป็นต้องปิดเนอะ แต่จะให้เราพูดกันตรง ๆ ต่อหน้าสื่อก็ทำไม่ได้ เป็นความจริงของคนในวงการค่ะ ที่เขาต้องตอบคำถามว่าเราเป็นเพื่อนกันอยู่ เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษาเหมือนกัน ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้พอคุยกันไปคุยกันมา มีรูปออกมาไปกินข้าวก็มองว่าคบกันเป็นแฟนกันแล้ว แต่อีก 2-3 วันกลายเป็นว่าไม่ได้คุยกันแล้ว พี่เขาเลยบอกว่าเราควรพูดน้อย ๆ ก่อน เราก็โอเคออกมาพูดตรง ๆไม่ได้ปิดบังอะไร อย่างโดนถามว่าทำไมไม่ใช้คำว่าแฟน พอเราตอบเขาก็ต้องถามต่อเรื่องแต่งงาน เรื่องอนาคตซึ่งเราก็ยังเด็กยังไม่ได้มองไกลถึงจุดนั้นเลย ก็เลยตอบไม่ได้ขนาดนั้นจริง ๆ”

1 ปีที่คุยกันมาเราเรียนรู้อะไรบ้าง?

“พี่เขาเสมอต้นเสมอปลายมากค่ะ ดูแลเอาใจใส่เรา ปกป้องเราทุกอย่าง บางทีเราให้สัมภาษณ์สื่อเยอะเกินไป มีช่วงหนึ่งนะ เขาก็จะบอกว่าเขาต้องออกมาพูดบ้าง ก็ช่วยเหลือเราตลอด เพราะมีช่วงหนึ่งที่คุยกันแรก ๆ คนเริ่มรู้ก็จะมาถามเราตลอด เลยกลายเป็นเราพูดเยอะ เหมือนเรานำเสนอ แต่จริง ๆ เราแค่รู้สึกว่าถามกันเยอะงั้นเราพูดให้หมดเลย (หัวเราะ) เราเด็กด้วยเลยพูดออกไป พอเจอกระแสต่อว่าเราพูดเยอะไปโน่นนี่ก็แอบนอยด์เหมือนกัน เราพูดแบบนี้พี่เขาจะเป็นยังไง ต้องคอยมาแก้ข่าวปกป้องเราอีกแล้ว ทำปัญหาอีกแล้ว พี่เขาเลยสอนและให้กำลังใจว่าบางครั้งอยู่ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างให้ทุกคนรู้ พูดให้มีใจความแค่นั้นพอ”

มีมุมสวีทบ้างมั้ย?

“ก็เหมือนพี่น้อง พ่อห่วงลูก (หัวเราะ) ก็เป็นห่วงกันค่ะ พี่เขาก็มีมุมน่ารัก ๆ ของเรา เขามีความซุ่มซ่ามโดยที่คนไม่เคยเห็นแต่น่ารัก คนเห็นเขาหน้านิ่งสมาร์ท แต่ตัวจริงเป็นคนน่ารักแล้วมีมุมเด็ก ๆ เยอะมาก เราก็จะขำเขาตลอด ตอนนี้ยังไม่อยากเรียกว่าเป็นแฟนเพราะปีนึงก็ยังไม่เยอะนะ ขอใช้เวลาดูก่อน ตอนนี้กรีนโฟกัสเรื่องเรียนและทำงานมากที่สุด แต่ก็ดีใจที่มีพี่เขามาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจของเรา”

อายุที่ห่างกันทำให้เราต้องปรับตัวเข้าหากันเยอะมั้ย?

“เพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาค่ะ แต่ถ้าวันหนึ่งเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเรื่องความไม่เข้าใจกันก็อาจจะมีเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคต 10 ปี 20 ปีนะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนกันมากมาย เพราะเรายังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นเพื่อนพี่น้อง ก็จะสบายใจกว่าค่ะ”

เห็นว่าไปเจอคุณแม่พี่เคลลี่แล้ว?

“วันนั้นเสร็จงานเราไม่ได้ไปไหนต่อก็เลยไปหาคุณแม่พี่เขาซักหน่อยดีกว่า เขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา แล้วกำลังจะบินกลับแล้วก็ไปไหว้ท่านหน่อย ก็ได้เจอคุณแม่แล้วก็พี่น้องของพี่เขาด้วยทุกคนน่ารักมากค่ะ  เราก็ไปนั่งนิ่ง ๆ เกร็ง ๆ เจอคุณแม่เขาจับแขนเราแล้วทักเลยทำไมเราผอมจัง (หัวเราะ) ส่วนพี่ ๆ น้อง ๆ เขาก็บอกว่าดูละครของกรีนด้วยแล้วก็พากันมาถ่ายรูปค่ะ”

จุดมุ่งหมายของเราในวงการบันเทิงมองยังไงบ้าง?

“ด้วยความที่เราเรียนสถาปัตยกรรม การออกแบบ เราอาจจะพัฒนาไปทำบริษัท แต่ตอนนี้ก็ทำงานในวงการเก็บเงินไปก่อน เราคิดไว้หลายอย่างมาก อยากทำสินค้าส่งออกหรือผลิตสินค้าที่ราคาแพง ๆ ในราคาที่ย่อมเยาแต่มีคุณภาพคนซื้อหาได้ก็แอบมอง ๆ ไว้ แต่อยากต่อปริญญาโทเหมือนกันแต่ยังต้องดูอีกที เพราะกรีนอยากไปต่อที่ต่างประเทศเพื่อที่จะได้ภาษาด้วย”

การวางตัวในวงการหลายคนก็ชื่นชมไม่มีข่าวไม่ดี มีอะไรแนะนำน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ในวงการมั้ย?

“คนเราทำผิดพลาดได้ แต่ต่อไปจะทำอะไรต้องคิดก่อนทำ คิดก่อนพูด เรามีประสบการณ์มาเหมือนกันตั้งแต่ยังไม่อยู่ในวงการ ถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่ถ้าวันหนึ่งเรื่องใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเราจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ฉะนั้นรู้ว่ามีจุดบกพร่องตรงนี้ต้องระวังแล้วปรับปรุง เราต้องนึกถึงครอบครัว ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน รักตัวเอง พาตัวเองไปในจุดที่สูงและดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมองตัวเองและคอยดูแลครอบครัวเช่นเดียวกัน ตอนนี้สิ่งที่กรีนคิดแล้วอยากทำมากที่สุดคือทำงานเก็บเงินซื้อบ้านให้แม่แล้วก็ล้างหนี้ให้หมดให้บ้านเราอยู่สบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

แหม...ยิ่งได้พูดคุยก็ได้รู้ว่าสาวกรีนเป็นธรรมชาติ ติดดินอย่างแท้จริง และมีความมุ่งมั่นในการแสดง เป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่ได้เดินตามได้เป็นอย่างดีในการทำงานและการวางตัวเรื่องของความรัก แบบนี้นี่เองพี่เคลลี่ถึงให้ใจเต็มร้อย…

คนกลาง เรื่อง / วรัญญู เหมือนเดช

ปส.ล็อกสาวแอฟริกาใต้ ซุกยาไอซ์กว่า 2 กก. บินเข้าไทยก่อนส่งเขมร





ปส.ล็อกสาวแอฟริกาใต้ซุกยาไอซ์กว่า 2 กก. บินเข้าไทยก่อนส่งต่อเขมร
วันนี้ ( 20 มิ.ย.)  ที่ บช.ปส. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อาชวันต์  โชติกเสถียร ผบก.ปส. 2 ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุม น.ส.เอเดลีนา เอกเชเบเลง สีฟูทา โอโนนีวู อายุ 31 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์  3 ถุง น้ำหนัก 2,044 กรัม ซึ่งได้ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับของกระเป๋าเดินทาง โดยจับกุมได้ที่ประตูด่านตรวจผู้โดยสารขาเข้า  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  จ.สมุทรปราการ


พล.ต.ต.อาชวันต์  กล่าวว่า ตำรวจ ชุดสืบสวน  บก.ปส. 2  ได้สืบทราบมาว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  โดยต้นทางมาจากประเทศเบนิน  เพื่อส่งต่อไปยังประเทศกัมพูชา จึงได้วางกำลังคอยสังเกตุความเคลื่อนไหว จนกระทั่งพบหญิงคนดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะตรงตามกับที่สายลับแจ้งไว้ จึงได้ขอตรวจค้น พบยาเสพติดที่ซุกซ่อนมาพร้อมสัมภาระเดินทาง


จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.เอเดลีนา จะเดินทางไปรับยาไอซ์ที่ประเทศเบนิน เพื่อไปส่งที่ประเทศกัมพูชา ได้รับค่าจ้าง 30,000 บาท หากส่งมอบยาแล้วเสร็จจะได้รับค่าจ้างเพิ่มอีก 200,000 บาท ส่วนใหญ่เครือข่ายนี้จะใช้ผู้หญิงเอเชีย หรือแอฟริกา ในการลำเลียงยาเสพติด เพื่อหลบเลี่ยงความสนใจของเจ้าหน้าที่


เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นอกจากนี้ ตำรวจ บก.ปส. 2 ยังได้ลงพื้นที่ใน จ.ชลบุรี , จ.พระนครศรีอยุธยา ,จ.เพชรบูรณ์  เพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 คน พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 280 กรัม , ยาบ้า ชนิดสีส้ม ปั้มตัวอักษร WY  45 เม็ด อาวุธปืนพกสั้น ขาด 6.25 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง  ฯลฯ


โดยการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายย่อยนี้ เป็นการขยายผลการจับกุมจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่เคบจับได้มาก่อนหน้านี้  ซึ่งถือว่าเป็นอีกมาตรการ ที่จะตัดวงจรในการค้ายาเสพติด ระหว่างผู้เสพยากับผู้ค้าให้แยกออกจากกัน เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามนโยบายการป้องกันการจำหน่าย และกระบวนการเข้ารับการบำบัดของผู้ที่ติดยาเสพติดต่อไป.

แท็บเล็ตป.1หมื่นเครื่องถึงไทยพรุ่งนี้9โมงเช้า




แท็บเล็ตป.1 ล็อตแรก 1 หมื่นเครื่อง มาถึงไทยพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าด้วยเที่ยวแรกของสายการบิน ยูพีเอส
วันนี้ (19 มิ.ย.) น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์แท็บเล็ตป.1 และที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ตป.1 กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) หรือแท็บเล็ตป.1 ว่า  วันนี้ได้รับใบแจ้งจากทางสายการบิน ยูพีเอส (UPS) แล้วว่า แท็บเล็ตของบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำนวน 10,000 เครื่องจะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเที่ยวแรกหรือประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย.นี้


สำหรับแท็บเล็ตป.1 จำนวน 400,000 เครื่องที่สโคปจะจัดส่งมาให้เฉลี่ยวันละ 10,000-18,000 เครื่อง ใช้การตรวจรับเครื่องด้วยวิธีสุ่มทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-105E คือ แท็บเล็ต 100,000 เครื่องสุ่มตรวจ 112 เครื่อง เมื่อส่งมาล็อตละ 10,000 เครื่อง จะทำการสุ่มตรวจแท็บเล็ตประมาณ 11-15 เครื่อง ส่วนสเปกของแท็บเล็ตป.1 เป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 หน่วยประมวลผล 1.2 กิกะเฮิร์ตซ  หน่วยความจำหลัก 1 กิกะเฮิร์ตซ หน้าจอ 7 นิ้ว  มี 4 สี คือ แดง น้ำเงิน บรอนซ์เงิน และบรอนซ์ทอง ราคา 2,400 บาท..

"เสี่ยตา" ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมรับผิดคนเดียว วอนสังคมอภัย





"เสี่ยตา-ปัญญา นิรันดร์กุล" ลูกผู้ชายตัวจริง ยอมรับผิดคนเดียว วอนสังคมให้อภัย ยัน จะระวังมากขึ้นไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก
เมื่อตอนเย็นวันนี้ (19 มิ.ย.)นายปัญญา นิรันดร์กุล หรือเสี่ยตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังจบรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ว่า ทางรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ได้เปิดกว้างให้กับทุกคน ทุกอาชีพเข้ามาแข่งขันในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ได้ ซึ่งแต่ละบุคคลที่เข้ามาแข่งขันในรายการจะถูกชักชวนจากคนที่เห็นความสามารถนั้น ซึ่งอาจจะใช่หรือไม่ใช่ทีมงานของบริษัทก็ได้ ในเรื่องของการแสดงนั้น ทางรายการไม่ทราบรายละเอียดขั้นตอนของการแสดงทั้งหมด เมื่อทุกคนขึ้นเวทีก็จะแสดงเต็มที่กับการแสดงของตัวเอง หากสิ่งใดที่แสดงออกมาแล้วไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง การแสดงนั้นก็จะเป็นการปิดโอกาสของตัวเองไป ส่วนเรื่องของการสรรหาคนมาโชว์นั้น ในเรื่องดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าทางคนสรรหาไปจ้างมาในราคา 10,000 บาทจริง


นายปัญญา กล่าวต่ออีกว่า ต้องขอโทษและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราคิดว่าเราเซ็นเซอร์เพียงพอ แต่ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอย่างนี้ เราก็ต้องขอโทษและยอมรับผิด ในส่วนของน้อง(ปอนด์)เค้านั้น คงต้องให้ออกจากการประกวด ใจจริงแล้วตอนแรกคิดว่าภาพที่ออกมาจะเน้นทางแนวตลก ในเรื่องที่กรรมการมีความเห็นไม่ตรงกันแล้วมีการเถียงกัน แต่พอออกอากาศไปแล้วกลับเป็นเรื่องนี้ เราคิดว่าเราเซ็นเซอร์พอซึ่งในโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กมีมากกว่านี้ แต่เราก็ขอโทษ ไม่อยากให้โทษกรรมการ น้อง(ปอนด์)เค้า หรือว่าใคร โทษตนคนเดียว ขออภัย จะให้ทำอย่างไรก็ว่ามา ขอโทษแทนน้อง(ปอนด์)ด้วย เป็นข้อที่ควรระวังมากขึ้นในเรื่องของการเซ็นเซอร์ อย่างไรก็ตามรายการยังมีโชว์ดีดีอีกมาก ก็อยากให้ติดตามกันต่อไป..

รวบจ้างวานฆ่าหนุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์




รวบแล้วผู้จ้างวานกับคนขี่จยย.ให้มือปืนก่อเหตุยิงหนุ่มโรงงานตาย สารภาพแค้นแอบเป็นชู้เมีย ส่วนมือปืนยังหลบหนี ตร.ตั้งรางวัลนำจับแล้ว
จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจยย.ประกบยิงนายสวัสดิชัย ขวัญโพน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หนุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ เสียชีวิต ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจยย.รับจ้างกลับบ้าน เหตุเกิดบริเวณหน้าศาลพระพรหม ภายในหมู่บ้านเมืองประชา หมู่ 10 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อคืนวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา            

          คืบหน้าล่าสุดวันนี้(19มิ.ย.) ที่ห้องประชุม สภ.เมืองปทุมธานี พล.ต.ต สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พิชาญ ทองสุกแก้ว ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ได้ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นและผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ผู้ต้องหา 2 ราย คือนายสุเมธ แสงทอง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 2 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และนายไมตรี เดชเกิด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ถนนแสงชูโต ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

          พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจนทราบเบาะแสของ 1 ในกลุ่มคนร้ายคือนายไมตรี เดชเกิด อายุ 37 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปทุมธานี และ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายไมตรีได้ขณะหลบหนีไปหลบอยู่ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวน          

จากการสอบสวนนายไมตรี ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับการติดต่อจากนายวิรัตน์ หนูแจ่ม ให้มายิงนายสวัสดิชัย ในราคา 1 แสนบาท ในวันเกิดเหตุนั้น ตนกับนายชนิลธร หรือจ้ำ ยกแก้ว ใช้อาวุธยิงใส่ร่างนายสวัสดิ์ชัย เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้สาเหตุทราบว่ามาจากเรื่องชู้สาว โดยมีนายสุเมธ แสงทอง เป็นคนจ้างวานให้นายวิรัตน์ มาติดต่อพวกตนอีกทีหนึ่ง          

          พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่านายสุเมธ แสงทอง คือผู้ที่เป็นคนจ้างวานฆ่านายสวัสดิชัย จึงได้ขอหมายจับและสามารถจับกุมตัวได้ โดยนายสุเมธ  ก็ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนจ้างวานให้ฆ่านายสวัสดิชัยจริง เนื่องจากทราบว่านายสวัสดิชัย นั้นมีพฤติกรรมเป็นชู้กับภรรยาของนายสุเมธ จนต้องจ้างฆ่าในครั้งนี้  ทั้งนี้ยังคงมีผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการในครั้งนี้ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่อีก 2 คนคือนายวิรัตน์ หรือรัตน์ หนูแจ่ม ซึ่งรับงานหามือปืนมาจากนายสุเมธ และนายชนิลธร หรือจ้ำ ยกแก้ว ซึ่งเป็นมือปืนลั่นไกสังหาร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ส่วนประชาชนที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งมายัง สภ.เมืองปทุมธานี หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งทางเราจะมีรางวัลในการนำจับให้..

รวบจ้างวานฆ่าหนุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์





รวบแล้วผู้จ้างวานกับคนขี่จยย.ให้มือปืนก่อเหตุยิงหนุ่มโรงงานตาย สารภาพแค้นแอบเป็นชู้เมีย ส่วนมือปืนยังหลบหนี ตร.ตั้งรางวัลนำจับแล้ว
จากกรณีที่มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจยย.ประกบยิงนายสวัสดิชัย ขวัญโพน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หนุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ เสียชีวิต ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจยย.รับจ้างกลับบ้าน เหตุเกิดบริเวณหน้าศาลพระพรหม ภายในหมู่บ้านเมืองประชา หมู่ 10 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อคืนวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา            

          คืบหน้าล่าสุดวันนี้(19มิ.ย.) ที่ห้องประชุม สภ.เมืองปทุมธานี พล.ต.ต สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วรพจน์ ชูเชิด ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พิชาญ ทองสุกแก้ว ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ได้ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นและผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ผู้ต้องหา 2 ราย คือนายสุเมธ แสงทอง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 2 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และนายไมตรี เดชเกิด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 ถนนแสงชูโต ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

          พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจนทราบเบาะแสของ 1 ในกลุ่มคนร้ายคือนายไมตรี เดชเกิด อายุ 37 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปทุมธานี และ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายไมตรีได้ขณะหลบหนีไปหลบอยู่ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวน          

จากการสอบสวนนายไมตรี ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับการติดต่อจากนายวิรัตน์ หนูแจ่ม ให้มายิงนายสวัสดิชัย ในราคา 1 แสนบาท ในวันเกิดเหตุนั้น ตนกับนายชนิลธร หรือจ้ำ ยกแก้ว ใช้อาวุธยิงใส่ร่างนายสวัสดิ์ชัย เสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้สาเหตุทราบว่ามาจากเรื่องชู้สาว โดยมีนายสุเมธ แสงทอง เป็นคนจ้างวานให้นายวิรัตน์ มาติดต่อพวกตนอีกทีหนึ่ง          

          พล.ต.ต.สมิทธิ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่านายสุเมธ แสงทอง คือผู้ที่เป็นคนจ้างวานฆ่านายสวัสดิชัย จึงได้ขอหมายจับและสามารถจับกุมตัวได้ โดยนายสุเมธ  ก็ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนจ้างวานให้ฆ่านายสวัสดิชัยจริง เนื่องจากทราบว่านายสวัสดิชัย นั้นมีพฤติกรรมเป็นชู้กับภรรยาของนายสุเมธ จนต้องจ้างฆ่าในครั้งนี้  ทั้งนี้ยังคงมีผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการในครั้งนี้ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่อีก 2 คนคือนายวิรัตน์ หรือรัตน์ หนูแจ่ม ซึ่งรับงานหามือปืนมาจากนายสุเมธ และนายชนิลธร หรือจ้ำ ยกแก้ว ซึ่งเป็นมือปืนลั่นไกสังหาร อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ส่วนประชาชนที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งมายัง สภ.เมืองปทุมธานี หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งทางเราจะมีรางวัลในการนำจับให้..