วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ท้า "มาร์ค" เปิดหลักฐาน "แม้ว"เจรจาพูโล



วันนี้ (8 เม.ย.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ามีหลักฐานที่แสดงว่าพ.ต.ท.ทักษิณไปเจรจากับแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ความจริงในเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงให้สัมภาษณ์ คือยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยไปเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา และรูปถ่ายที่นำมากล่าวอ้างก็เป็นภาพตัดต่อ หากนายอภิสิทธิ์ยืนยันว่ามีข้อมูลจริงก็ขอให้นำมาเปิดเผย การที่ท้าให้แสดงพาสปอร์ตของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อดูการเข้า ออก ประเทศมาเลเซียนั้น ขอบอกว่าเมื่อใครเป็นผู้กล่าวหา คนๆนั้นก็ต้องรับผิดชอบนำหลักฐานมาพิสูจน์เอง ไม่ใช่โยนไปให้คนอื่น อย่างไรก็ตามคงไม่ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายเพราะไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่พฤติกรรมดังกล่าวไม่เหนือความคาดหมาย เพราะพรรคประชาธิปัตย์เอาจริงเอาจังมากกับความพยายามลดความน่าเชื่อถือและทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ แต่ทั้งนี้อยากบอกไปยังนายอภิสิทธิ์ว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาล ไม่ควรนำเรื่องผิวเผินมาใช้เป็นประเด็นการเมืองดิสเครดิตกัน.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

ผู้ตรวจการฯไม่เร่งรัด"ยิ่งลักษณ์"แจงตั้ง 2 รมต.



วันนี้ ( 8 เม.ย. ) นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน  กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ดำเนินการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมถึงกรณีการแต่งตั้งนางนลินี ทวีสิน เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ภายใน 30 วัน ว่า ขณะนี้ถือว่าใกล้ครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งไว้แล้ว แต่ตนเห็นว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องให้เวลาในการดำเนินการ อย่าไปบีบ เร่งรีบหรือกดดัน เนื่องจากการที่ผู้ตรวจการฯส่งหนังสือให้นายกฯชี้แจงกลับมานั้นเป็นเรื่องของความร่วมมือ  เพราะนายกฯเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ และผู้ปกครองประเทศ  จึงมีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี จึงเชื่อว่าทางนายกฯก็คงจะทำหนังสือชี้แจงกลับมายังผู้ตรวจการฯแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หากถึงเวลาแล้วทางนายกฯยังไม่ชี้แจงมากลับมา ผู้ตรวจการฯ ก็คงทำหนังสือแจ้งเตือนไปอีกครั้ง.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

“ยงยุทธ”ฉุน ได้ข่าวไม่ดี เกี่ยวกับงบน้ำท่วม


 


วันนี้ (8 เม.ย.) นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า  ขณะนี้มีกระแสข่าวหนาหู เกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตงบประมาณฉุกเฉินเฉพาะกิจน้ำท่วม โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการฟื้นฟูเยียวยาก่อนน้ำจะมาในปีนี้ ว่า ต้องแบ่งปันให้กับคนในกระทรวงมหาดไทย หรือทางจังหวัด โดยมีการหักหัวคิว บางที่มีข่าวว่า ต้องจ่ายสูงถึง 35 เปอร์เซ็นต์ โดยเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นลักษณะของการแอบอ้าง รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ไม่ยอมให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นเด็ดขาด  ทั้งนี้หากใครที่ทราบข้อมูลเบาะแส ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐาน สามารถแจ้งไปที่สายด่วนของศูนย์ดำรงธรรม หมายเลข 1567 กระทรวงมหาดไทย จะส่งผู้ตรวจราชการลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที
 
“เรื่องนี้มีข่าวในเกือบทุกจังหวัด ซึ่งผมยอมให้ทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ขณะนี้อำนาจในการจัดซื้อจัดจ้างได้มอบให้จังหวัดไปทั้งหมดแล้ว โดยตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของเกณฑ์สำคัญการแต่งตั้งโยกย้าย  คือเรื่องผลงานปราบปรามยาเสพติด และเรื่องห้ามไม่ให้มีการทุจริตงบประมาณเยียวยาน้ำท่วม ดังนั้น ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายเดือนเม.ย.นี้ หากมีแค่เบาะแสว่ามีการทุจริต ไม่ต้องมีหลักฐาน จะสั่งย้าย ผวจ.หรือข้าราชการที่เข้าไปพัวพันทันที” นายยงยุทธ กล่าว
 
แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

ส.ว.สรรหามีเสียวโดนสอยยกเข่ง


วันนี้ (8 เม.ย.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบกระบวนการสรรหาส.ว. เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือด่วนที่สุด จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ ลต 0201/4756 ลงวันที่ 4 เม.ย.2555 เชิญไปให้ถ้อยคำเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐานต่อคณะกรรมการไต่สวน เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 โดยระบุว่าทาง กกต.ได้มีการพิจารณากรณีตามคำร้องของตนที่ยื่นให้ตรวจสอบกรณี นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เป็นกรรมการสรรหาส.ว.ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 113 เนื่องจากนายมนตรีเป็นเพียงผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ไม่ใช่ผู้พิพากษาในศาลฎีกาตามความหมายที่รัฐธรรมนูญมาตรา 133 กำหนด อันส่งผลให้กระบวนการสรรหาส.ว.เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทางกกต.ได้มีมติเมื่อการประชุมครั้งที่ 35/2555 เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน โดยให้มีอำนาจในการไต่สวน แสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้ทั้งหมดชี้แจงต่อคณะกรรมการ ไต่สวนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมติ กกต.ต่อกรณีดังกล่าว ได้มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 1 ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมา โดย นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ไม่ได้ร่วมประชุม เพราะถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็น 1 ใน 6 กรรมการสรรหา ส.ว. สำหรับ 1 เสียงข้างน้อยคือ นายสมชัย จึงประเสริฐ โดยมี นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น เป็นประธานการประชุมวาระดังกล่าว

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

วอน "โหน่งสามช่า" ร่วมงานศพหนุ่มห้องแล็ปฮาดับ พ่อยันเป็นขวัญใจลูก


จากเหตุการณ์ นายธรรมนูญ ศรีสุวรรณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ห้องแล็ปใน ม.บูรพา เสียชีวิตในหอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ห้องเลขที่ 104 โดยข้างเตียงนอนที่เสียชีวิตพบ โน้ตบุ๊กเปิดรายการชิงร้อยชิงล้านค้างเอาไว้ จากการพิสูจน์ศพของแพทย์เบื้องต้น คาดว่าผู้ตายน่าจะดูรายการชิงร้อยชิงล้านแล้วหัวเราะจนขากรรไกรค้าง หายใจไม่ออกจนเสียชีวิตในที่สุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้า วันนี้ (8 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี ได้ไปร่วมงานศพของนายธรรมนูญ ที่วัดหนองตำลึง ต.หนองตำลึง อ.พานทอง สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนในงานกำลังมุงอ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่พาดหัวข่าวเรื่องของนายธรรมนูญอยู่
ด้าน นายทวิช ศรีสุวรรณ อายุ 61 ปี บิดาผู้ตายกล่าวว่าจากข่าวที่ลงหนังสือพิมพ์ไปนั้นทำให้มีผู้สอบถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายอย่างมากมาย ซึ่งตนได้ตอบว่าผลการชันสูตรของแพทย์พบว่าขากรรไกรของลูกชายค้างจริง แต่เนื่องจากเหตุผลใดนั้นไม่ทราบแน่ชัด และเกิดหัวใจวายเฉียบพลันจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ ลูกชายก็ไม่ได้มีโรคประจำตัวใด ๆ อีกประการตนและครอบครัวก็ขอมองโลกในแง่ดีว่า ลูกชายเสียชีวิตด้วยอาการหัวเราะแบบมีความสุขดีกว่ามีความทุกข์แล้วเสียชีวิต บิดาผู้ตาย กล่าวต่อว่า ลูกชายเป็นลูกคนที่ 4 ในพี่น้อง 5 คน เป็นคนเรียนเก่งและรักครอบครัว อีกทั้งลูกชายมีความชื่นชอบในศิลปินตลกโหน่ง ชะช่าช่า จากรายการชิงร้อยชิงล้านเป็นอย่างมาก ถึงขั้นใช้รูปโหน่งชะช่าช่าขึ้นโปรไฟล์บนหน้าเฟซบุ๊กหลายครั้ง ถ้าเป็นไปได้อยากให้คุณโหน่ง ชะช่าช่ามาร่วมงานศพ วิญญาณลูกชายคงดีใจมาก ทั้งนี้ จะมีการสวดอภิธรรมศพนายธรรมนูญในวันที่ 7-9 เม.ย. และฌาปนกิจในวันที่ 10 เม.ย.ต่อไป.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

ยัน "ทักษิณ"ไม่แทรกแซงกฎหมายนิรโทษกรรม


วันนี้ (8 เม.ย.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ต่อกรณีเสียงข้างมากของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบรายงานศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองและอยู่ระหว่างดำเนินการส่งต่อให้รัฐบาลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้แสดงความเห็นหรือมีข้อเสนอแนะใดๆ ต่อเรื่องดังกล่าว แค่พูดในหลักการว่าเวลาที่เดินทางไปประเทศต่างๆ ก็รู้สึกเศร้าใจที่การเมืองภายในประเทศคนไทยยังทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งที่เรามีศักยภาพที่ดีหลายด้านมาก ส่วนตัวเองก็เป็นแค่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้การตัดสินใจเป็นดุลพินิจของรัฐบาลและรัฐสภารวมถึงภาคส่วนของสังคมที่จะหาทางออกร่วมกัน
 
เมื่อถามถึงในฐานะที่เป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน หรือสมาชิกบ้านเลขที่ 109 ที่ถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปีต่อกรณีที่มีรายงานข่าวว่าอาจมีการเขียนนิรโทษกรรมครอบคลุมให้ นายนพดล กล่าวว่า  สมาชิกบ้านเลขที่ 109 ไม่ใช่โจรแต่เป็นเหยื่อของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 237 ซึ่งเนื้อหาขัดกับหลักนิติธรรม การคืนความเป็นธรรมจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเราได้รับโทษจากเรื่องที่ไม่ใช่การกระทำของตัวเอง แต่ปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลไม่ได้มีพิมพ์เขียวหรือตั้งธงเรื่องนี้ไว้ ยังไม่เห็นเนื้อหาของพ.ร.บ.ซึ่งคงต้องรอดูพัฒนาการต่อไป แต่ถือว่า 109 อดีตกรรมการบริการพรรครับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เป็นเหยื่อที่น่าเวทนา ถ้าจะมีการคืนความเป็นธรรมก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

บช.ปส.ปูพรมล่าผู้ต้องหาค้ายาบ้าที่หนี


จากกรณีตำรวจ ปส. สกัดจับคนร้ายค้ายาเสพติดที่ขับรถเก๋งมา 3 คัน เพื่อส่งยาบ้า 1.4 แสนเม็ดและยาไอซ์ 3 กิโลกรัม ให้กับลูกค้าในซอยวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน โดยมี 1 คันทำหน้าที่ขนยาบ้า อีก 2 คัน ทำหน้าที่คอยระวังเหตุร้ายให้นั้น คนร้ายที่ขับรถขนยาบ้าขัดขืนต่อสู้ยิงปืนใส่ ส.ต.อ.เครือณรงค์ หมั่นพลศรี ตำรวจปส. บาดเจ็บที่ขาซ้าย  ทำให้เจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม นายณัฐพงศ์ ศีรษะสุวรรณ อายุ 31 ปี เสียชีวิตในรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีดำ ทะเบียน ญอ-1508 กทม. ส่วนคนร้ายที่เหลือขับรถหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ 1 ราย ทราบชื่อนายไผ่ มะลิแย้ม อายุ 26 ปี ส่วนอีกคนนายเกียรติศักดิ์ ศีรษะสุวรรณ อายุ 21 ปี น้องชายคนตาย ได้จอดรถทิ้งแล้วหลบหนีไปได้ เหตุเกิดเมื่อตอนเย็นวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น
 
วันนี้ (8 เม.ย.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร เปิดเผยว่า คนร้ายที่หลบหนีไป พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. ได้จัดกำลังไล่ล่าตัวแล้ว  เชื่อว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้  จากการตรวจสอบประวัติ นายเกียรติศักดิ์  เคยถูกจับกุมคดีจำหน่ายยาเสพติด และได้ประกันตัวไปในชั้นศาล เมื่อปี 47 ก่อนจะหลบหนีไป จนกระทั่งมาก่อเหตุอีกครั้ง ส่วนแก๊งยาบ้ารายนี้ถือว่าเป็นแก๊งใหญ่ทางภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมานานพบว่าคนร้ายมีทรัพย์สินต่างๆจำนวนมากทั้งบ้านและรถยนต์แต่งซิ่งหลายสิบคัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอายัดทรัพย์สินต่อไป
 
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตามข่าวของทหารที่มียาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ดจากทางภาคเหนือจะเข้ามาในเขตเมืองช่วงสงกรานต์นี้ ได้ประสานงานกันทั้งตำรวจและทหารวางกำลังทุกจุดแล้ว จะปิดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ในอนาคตตนกำลังผลักดันให้มีการจัดตั้งกองบังคับการสกัดกั้นยาเสพติดโดยตรง เพื่อทำหน้าที่สกัดกั้นยาบ้าตามเส้นทางต่างๆ เพื่อที่จะสามารถป้องกันได้อย่างเต็มที่
 
พ.ต.อ.พรชัย เจริญวงศ์ รอง.ผบก.บก.ปส.3 เปิดเผยว่า การติดตามตัวนายเกียรติศักดิ์ ผู้ต้องหาน่าจะยังกบดานหลบหนีอยู่ในพื้นที่ กทม. โดยบช.ปส.จัดชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ปูพรมไล่ล่าตัวอย่างกระชั้นชิดแล้ว เบื้องต้นพบ นายเกียรติศักดิ์ มีหมายจับคดียาเสพติดในท้องที่สน.สายไหมด้วย อย่างไรก็ตามได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังเพราะนายเกรียงศักดิ์ มีอาวุธปืนพกติดตัวตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าตำรวจขึ้นอีก

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th