วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

หนุ่มใหญ่โดดน้ำตายหนีโรครุมเร้า







หนุ่มใหญ่โรคประจำตัวเพียบ คิดไม่ตกโดดแม่น้ำปิงตายหนีปัญหา
เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (17 เม.ย) พ.ต.ท.สุรพงษ์ สุขแย้ม สวส.สภ.เมืองนครสวรรค์ รับแจ้งว่ามีผู้พบศพจมน้ำที่ริมแม่น้ำปิง บริเวณหน้าวัดไทรใต้ ต.วัดไทร จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภันนครสวรรค์ ที่เกิดเหตุบริเวณหาดทรายริมแม่น้ำปิง พบศพชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-45 ปี สวมเสื้อคอโปโลสีฟ้า นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ตามลำตัวมีรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดที่บริเวณหน้าท้อง และมีถุงระบายของเสียอยู่ที่ด้านข้างแผลเป็น แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย และไม่พบบัตรประจำตัวของคนตายแต่อย่างใด

จากการสอบถามคนในพื้นที่ต่างระบุตรงกันว่าไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อน ไม่ทราบว่าคนทราบว่าคนตายเป็นใครมาจากไหน แต่ก่อนหน้าที่จะมาพบศพ ได้เห็นคนตายเดินวนเวียนอยู่ภายในวัดไทรใต้นานร่วมชั่วโมง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นไม่พบเห็นอีกเลย กระทั่งมาเห็นว่ากลายเป็นศพจมน้ำไปแล้ว เบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายน่ามีโรคประจำตัวหลายอย่าง คงจะเครียดและไม่อยากให้เป็นภาระครอบครัว เลยโดดน้ำตายหนีโรครุมเร้า ซึ่งจะติดตามญาติมาสอบปากคำต่อไป.

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

เปิดภาพสเก็ตช์มือปืนเหี้ยมยิงแสกหน้า "วิศวกร" ดับคาแท็กซี่


จากกรณีที่นายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ชาวสุพรรณบุรี วิศวกรของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) ถูกคนร้ายขับรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ตามประกบและลงมาจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม จนเสียชีวิตภายในรถแท็กซี่ บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 เม.ย. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อเข้าร่วมประชุมวางแนวทางการสืบสวนและหาตัวผู้ต้องหา พร้อม พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.นิติพันธุ์ โรหิโตปการ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.
ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เมื่อช่วงเช้าทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำพยาน พร้อมได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการสเก็ตภาพผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว หลังจากที่ได้ภาพก็จะทำการออกหมายจับทันที ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แบ่งงานกันทำ โดยมีตำรวจฝ่ายสืบสวน บช.น. และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง กระจายกำลังกันออกหาข้อมูล รวมทั้งหารถคันก่อเหตุ พร้อมผู้ต้องหา เบื้องต้นข้อมูลรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นทะเบียนจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้มาก คาดว่าน่าจะได้ตัวคนร้ายในไม่ช้า
ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า เบื้องต้นทราบที่อยู่ของผู้ก่อเหตุแล้ว น่าจะอยู่ย่านมีนบุรี ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบส่วนเร่งค้นหาอยู่ พร้อมประสานกับตำรวจทางหลวง และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตามด่านผ่านแดนต่างๆ แล้วให้ช่วยสอดส่องรถที่มีลักษณะดังกล่าวแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงได้ตัวคนร้าย ส่วนสาเหตุนั้น น่าจะมาจากเรื่องแย่งกันจีบผู้หญิง หรือไม่ก็มีการกระทบกระทั่งกันในสถานบริการ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดปมสังหารอื่นๆ ทิ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพหน้าเจ้าของรถคันก่อเหตุไปให้พยานดู ซึ่งพยานยืนยันว่าไม่ใช่คนที่ลงมือยิงวิศวะหนุ่มดับคารถ โดยคาดว่าอาจเป็นเพื่อนของเจ้าของรถที่เป็นคนลงมือ สำหรับประวัติของนายจิรโรจน์ รักวงษ์วาน อายุ 30 ปี ทำงานเป็นเป็นวิศวกร บริษัทซีพี มหาชนจำกัด ประจำประเทศจีน จบปริญญาตรี คณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

จ่อออกหมายจับ 2โจ๋ทมิฬฆ่าอริงานสงกรานต์สีลม


กรณีแก๊งเด็กแว๊น ก่อเหตุยิงกันบริเวณหน้าอาคารรัจนาการ ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร จนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นาย วิษณุ วิไลแก้ว อายุ 16 ปี ถูกยิงเข้าหน้าอกซ้าย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่รพ.เซ็นหลุยส์ ในเวลาต่อมา ภายหลังจากการมีการเขม่นภายในงานสงกรานต์ที่ถนนสีลม เมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย.และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการเรียกพยานเข้ามาสอบปากคำและได้สเก็ตภาพหน้าคนร้าย ขณะที่ พ.ต.ท.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ รอง ผกก.ป. และตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งคลี่คลายคดีเพื่อตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ( 17 เม.ย.) พ.ต.อ. ธนาทิศ วงศ์วัยรักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา  เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งสำนวน และหลักฐาน ให้กับทางศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขออนุมัติออกหมายจับกุมแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้าย ทั้ง 2 รายคือคนขับขี่จยย.ที่ใช้ในการก่อเหตุ กับคนที่ใช้อาวุธปืนกราดยิง จากการให้ประจักษ์พยาน 4 ปากชี้ภาพจริงจากผู้ต้องสงสัยที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการติดต่อจากทางญาติว่าผู้ต้องหาได้ติดต่อมาขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตร.แล้วแต่ขอเวลาอีกสักพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 16.00 น. นายแจ๊ค ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 20 ปี หนึ่งในกลุ่มคนร้ายก่อเหตุได้เดินทางเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายแจ๊คให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่จยย.เดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนในกลุ่มประมาณ 20คน จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนและกลุ่มเพื่อนเล่นน้ำสงกรานต์กันนั้น หนึ่งในกลุ่มของผู้ตายได้เดินเข้ามากระชากเสื้อ และใช้มีดคัตเตอร์กรีดจนเกิดมีปากเสียง และยกพวกทำร้ายกัน
ตามแนวทางการสืบสวน ขณะนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว และได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุม แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

ชนประสานงาหญิงท้อง 2 เดือนดับสยอง





ชนประสานงา รถกระบะหมุนพลิกควํ่า คนนั่งท้ายกระเด็นจากรถบาดเจ็บ 4 ราย ตาย 2 ศพ ชาย 1 พร้อมหญิงสาวตั้งท้อง 2 เดือนดับอนาถ
เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 18 เม.ย. ร.ต.อ.สมศักดิ์ แก้วทอง พงส.(สบ1) สน.โคกคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณกลางสี่แยกเสนา ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
               
ที่เกิดเหตุอยู่กลางสี่แยกถนนประเสริฐมนูกิจฝั่งมุ่งหน้าไปแยกสี่แยกเกษตร พบรถแวน ซูซูกิ เอพีวี สีดำ ทะเบียน ญต 7683 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถบุบจนถึงห้องเครื่อง มีนายวีระวัฒน์ วงศ์วิฑูลวิช อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทำป้ายโฆษณาแห่งหนึ่งย่านเสนานิคม เป็นผู้ขับได้รับบาดเจ็บที่สีข้างด้านซ้ายเป็นรอยช้ำ ใกล้กันนั้นพบศพนายอดิศักดิ์ อินมอญ อายุ 25 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีน้ำเงิน สภาพศพนอนหงายใบหน้าฉีกขาดตาซ้ายหลุดหายไปเห็นนื้อด้านในเป็นที่สยดสยอง
 
นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ 4 ประตู สีเทา-ดำ ทะเบียน  ศฮ 5527 กรุงเทพมหานคร สภาพรถหงายท้องล้อชี้ฟ้าหลังคาและตัวถังบุบรอบคัน ใต้ท้องรถพบศพนางสาวศศิธร ดีดวงพันธ์ อายุ 23 ปี ทำงานอยู่แผนกบีเทรน ร้านไนท์เทอร์นิตี้ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สภาพศพโดนทับครึ่งท่อนด้านล่าง มีกองเลือดกระจาย ทราบจากญาติว่าตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิพล ศรีบ้าน ,นายนพณัฐ สุรังศิมันตุ์กุล ,นายวิสิฐ์พงศ์ ฉกามาพร และนายเบนท์ ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง นำส่งรพ.เปาโลเมมโมเรียลนวมินทร์ ทั้งนี้นายเสรีภาพ อินจีน อายุ 27 ปี คนขับรถกระบะคู่กรณ์ยืนรอให้การในที่เกิดเหตุ
 
สอบสวนนายวีระวัฒน์ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนกำลังออกจากบ้านที่ย่านเสนา 2 เพื่อเดินทางไปที่ออฟฟิศซึ่งเปิดเป็นร้านปริ้นท์ อินเจท ที่ย่านเสนา 1 ขณะที่ตนกำลังขับรถผ่านแยกดังกล่าว รถกระบะคู่กรณีซึ่งขับมุ่งหน้าไปทางแยกเกษตร แหกไฟแดงออกมาด้วยความเร็ว ทำให้ตนเบรกรถไม่ทัน จึงเกิดการชนประสานงาอย่างจัง ทำให้รถกระบะหมุนพลิกคว่ำทันที คนที่นั่งกระบะหลังกระเด็นตกลงมาจากรถทันที
 
ด้านนายเสรีภาพให้การว่าพวกตนไปกินเลี้ยงกันที่ร้านบิ๊ก แอปเปิ้ล ย่านเกษตร-นวมินทร์ ก่อนจะขับรถออกมา โดยมากันทั้งหมด 11 คน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนกับรถอีกฝ่ายอย่างแรงจนรถพลิกคว่ำ ทั้งนี้นายเสรีภาพยืนยันว่าไม่ได้ขับรถฝ่าไฟแดงแต่อย่างใด
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาให้ฝ่ายใด โดยขอสอบปากคำคู่กรณีทุกฝ่าย อีกทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

"เก่ง เมธัส"ขับรถฝ่าด่านชนสวป.เจ็บ







ตำรวจเล็งแจ้ง5ข้อหา นายแบบดังติดต่อเข้ามอบตัวแล้ว
เมื่อเวลา  03.00 น. วันที่ 16 เม.ย. 55  ขณะที่ พ.ต.ท.สิงหราช  ป้องอติคุณ สวป.สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร ตั้งด่านบริการประชาชนและป้องกันเหตุร้ายในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงเบียร์ฮอลล์แลนด์ ติดปั้มปตท.ถนนราชพฤกษ์ หมู่ 10 ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด ขณะที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่นั้น มีรถเก๋'มินิคูเปอร์ สีแดง ทะเบียนป้ายแดง ก-1111 กรุงเทพมหานคร ขับมาด้วยความเร็วจากถนน 345 มุ่งหน้าถนนรัตนาธิเบศร์ โดยรถคันดังกล่าวขับวิ่งมาทางเลนขวาสุด แต่พอใกล้ถึงด่านตรวจจึงได้เปลี่ยนมาอยู่เลนด้านซ้ายสุด จึงได้ยอมจอดรถ พ.ต.ท.สิงหราช จึงเดินไปที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับสั่งให้ลดกระจกรถลงเพื่อที่จะขอตรวจค้น
 
หลังจากที่คนขับลดกระจกรถลงพร้อมกับพูดว่า "ผมเก่ง เมธัส" พ.ต.ท.สิงหราช สังเกตเห็นว่าคนขับเหมือนมีอาการเมา จึงหยิบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อจะขอตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จ่อที่ปากของคนขับ แต่คนขับได้พูดว่า "พี่จะจับผมเหรอ" พ.ต.ท.สิงหราช เห็นว่าคนขับไม่ยอมที่จะเป่า จึงสั่งให้ลงจากรถแต่คนขับได้เร่งเครื่องยนต์ขับออกทันทีโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว พ.ต.ท.สิงหราช พยายามที่จะเกาะรถไว้แต่รถคันดังกล่าวก็เร่งเครื่องอย่างแรงจนลากครูดไปกับถนนเป็นระยะทางกว่า 10 เมตร พ.ต.ท.สิงหราช จึงปล่อยมือออกโดยที่เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ติดไปกับรถคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยพยุ่ง พ.ต.ท.สิงหราช ขึ้นจากพื้นถนน และแจ้งวิทยุสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวแต่ไรวี่แวว
 
พ.ต.ท.สิงหราช กล่าวว่า ตนเพียงต้องการเพื่อขอตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพราะเห็นว่าคนขับมีอาการเมา แต่คนขับบอกว่าเป็น "เก่ง เมธัส" และมีผู้หญิงนั่งคู่มาด้วย โดยนายเก่งอยู่ในสภาพมึนเมาพร้อมกับแสดงอาการไม่พอใจ  ต่อมาพ.ต.ท.สิงหราช  ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลปากเกร็ด เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาอาการเนื่องจากเจ็บที่ข้อมือขวาและหัวเข่า โดยทางโรงพยาบาลได้จ่ายยาแก้ปวดมาให้
ต่อมาเวลา 11.00 น. นายวิเชียร  พุฒิวิญญู  ผวจ.นนทบุรี พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.จว.นนทบุรี เดินทางมาที่ สภ.คลองข่อย เพื่อเยี่ยมอาการพ.ต.ท.สิงหราช  ที่ได้รับบาดเจ็บพร้อมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด  นายวิเชียร  กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีอุฉกรรจ์  ผู้ต้องหากระทำเกินกว่าเหตุไม่เกรงกลัวกฎหมาย  และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาลในการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล  เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
 
ขณะที่พล.ต.ต.คำรณวิทย์   กล่าวเสริมว่าได้สั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำตำรวจได้ได้รับบาดเจ็บ  และที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับนายเมธัส สวนศรี นายแบบชื่อดัง ตอนนี้สามารถดำเนินคดีทั้งหมด 5 ข้อหา ทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขัดคำสั่งเจ้านพนักงาน ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ขับรถขณะมึนเมา,  โดยจะดำเนินคดีอย่างเป็นธรรมที่สุด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมธัสได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ในเวลา 15.00 น. ในวันเดียวกันนี้ ที่บช.ภ.1 ถนนวิภาดีรังสิต กรุงเทพฯ
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายเมธัส ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 โดยมีพล.ต.ต.คำรณวิทย์เป็นผู้รับมอบตัว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายเมธัส ไปตรวจค้นรถคันดังกล่าวเพื่อหาสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย จากการตรวจค้นพบกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด ตกอยู่บริเวณเบาะคนนั่งข้างซ้าย นอกจากนี้นายเมธัสยังนำเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งตกอยู่ภายในรถขณะเกิดเหตุมาคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
นายเมธัส เปิดเผยว่าเมื่อคืนตนและแฟนสาวได้ นั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนที่ร้านย่านประชาชื่น โดยดื่มไวน์ไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้น จึงหยุดรถ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ให้ตนเป่าเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอลล์ ตนรู้ตัวว่าดื่มมาจริงจึงไม่เป่า ทางเจ้าหน้าที่โบกให้ตนขับรถเข้าช่องทางด้านซ้าย แต่ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ให้ไปได้ จึงขับรถออกไปทันที ตนรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ต้องขอโทษทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ตนไม่ได้ตั้งใจจะฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ไม่ได้สติ ขอยืนยันว่าภายในรถไม่มีสิ่งเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใดและไม่เคยพกพาอาวุธปืนด้วย
ทางด้านพล.ต.ต.คำรณวิทย์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขออนุมัติหมายจับแล้ว 5 ข้อหาได้แก่ ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายแก่กาย ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่  ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ ก่อนที่นายเมธัสจะเข้ามอบตัว ทั้งนี้หลังจากการสอบสวนถ้าพบว่านายเมธัสกระทำการใดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนรถ รวมไปถึงเรื่องที่นายเมธัสพูดจาไม่ดีแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ตำรวจจะเอาเงินผมเหรอ”
ในส่วนของการยื่นประกันตัว ในเบื้องต้นตำรวจคงยังไม่ให้ประกันตัว ให้ยื่นประกันในชั้นศาล หลังจากมอบตัวแล้วเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายเมธัสไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คลองข่อย ต่อไป

แหล่งที่มา : www.dailynews.co.th

กองปราบฯ โชว์แกะรอยรวบ"ฆาตกรต่อเนื่อง"






กองปราบฯโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง ตามแกะรอยรวบฆาตกรต่อเนื่อง วางยาคนขับรถรถรับจ้าง 9 รายซ้อน ดับสังเวย 4 ศพ สูญหาย 2 รอดตาย 3 ก่อนลงมือโจรกรรมรถส่งแก๊งลักรถ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ ( 17 เม.ย.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล  พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี  พ.ต.อ.ชัชชม คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. แถลงข่าวจับกุมนายนิรุต หรือ จำลอง สอนคำหาร อายุ 43 ปี ชาวจ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.238/2555 ลงวันที่ 16 เม.ย.55 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนและชิงทรัพย์รถยนต์ พร้อมของกลางเสื้อยืดคอปกแขนสั้น สีเขียวและสีขาวสลับเทาที่ใส่ในวันที่เกิดเหตุ 2 ตัว หมวกสีเทา 1 ใบ ใบเสร็จรับเงินร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมันในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เงินสด 17,600 บาท กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และยาฆ่าแมลง 1 ขวด 
โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ภายในห้องพักเลขที่ 7 ชั้น 2 อพาร์ทเม้นต์ไม่มีชื่อ ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า บก.ป.ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิกระจกเงาว่า มีญาติผู้เสียหายมาร้องเรียนว่านายวัชระ สืบเชื้อ และนายรอบ รอบแคว้น อาชีพขับรถกระบะรับจ้างทั่วไป ถูกคนร้ายหลอกว่าจ้างรถกระบะขนของไปที่ จ.ชุมพร แล้วทั้งสองคนหายตัวไปพร้อมรถ นอกจากนี้ยังมีคนขับรถกระบะรับจ้างอีกหลายรายซึ่งสูญหายไปในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่ใกล้เคียงกันคือที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร
จากนั้น พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.ลงพื้นที่ทำการสืบสวนถึงตำหนิรูปพรรณและพฤติกรรมของคนร้าย รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเหยื่อที่รอดชีวิตให้ข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุมีการชักชวนให้แวะจอดรถเพื่อพักซื้อเครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อ ภายในปั้มน้ำมันระหว่างเส้นใกล้กับ อ.ชะอำ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต้องสงสัย พบคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับคนร้ายที่ก่อคดีฆ่านายสมศักดิ์ ศรีจำปา คนขับรถกระบะรับจ้าง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณริมถนนเพชรเกษม หมู่ 7 ต.คอลงวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบภาพกล้องวงจรปิดยืนยันว่าคนร้ายขับขี่รถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน ตน 8513 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายไป  ยืนยันว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายนิรุต หรือ จำลอง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในคดีฆ่านางยุพิน จอนเข็ม และชิงรถกระบะพร้อมทรัพย์สินมีค่าของผู้ตายไปโดยมีการบิดบังอำพรางศพ ด้วยการนำก้อนหินขนาดใหญ่ผูกเข้ากับศพโยนทิ้งน้ำ ในเขื่อนลำปาว อ.หนองกรุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเดือนม.ค.54
ต่อมาสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 7 ชั้น 2 อพาร์ทเม้นต์ไม่มีชื่อดังกล่าวจึงนำกำลังเข้าทำการจับกุม สอบสวนเบื้องต้นนายนิรุต รับสารภาพว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างส่งผลไม้จากทั่วประเทศมาส่งยังตลาดไท ได้รู้จักกับแก๊งโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งจะมีออร์เดอร์ส่งให้ตนจัดหารถตามที่ลูกค้าต้องการ ตนจึงวางแผนสวมรอยเป็นลูกค้าติดต่อรถกระบะรับจ้างทั่วไปให้ไปขนของในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากมีความชำนาญในเส้นทาง เมื่อคนขับรถกระบะรับจ้างหลงเชื่อก็จะนัดให้มารับ ก่อนจะทำทีแวะวื้อเครื่องดื่มตามร้านสะดวกซื้อแล้วแอบผสมยาฆ่าแมลงให้คนขับกิน จนมีอาการมึนงง ก่อนจะเหยื่อไปทิ้ง แล้วนำรถกระบะไปขายให้แก๊งโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ราคาคันละ 5 หมื่น สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงิน แต่ไม่คิดว่าเหยื่อจะเสียชีวิต แต่คนขับบางรายดื่มกาแฟจนหมดแก้วจึงทำให้เสียชีวิต ซึ่งบางรายก็จำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้จุดใดเพราะเป็นช่วงเวลากลางดึก
สำหรับเหยื่อที่ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุนั้นมีทั้งหมด 9 คน เสียชีวิต 4 คน รอดมาได้ 3 คน ส่วนอีก 2 คนยังสูญหาย โดยคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดประกอบด้วย 1.คดีฆ่านางยุพิน จอนเข็ม อายุ 67 ปี ที่ จ.กาฬสินธุ์ ถูกออกหมายจับแล้ว 2.คดีชิงทรัพย์รถยนต์กระบะของนายมนตรี กาลาม เมื่อเดือนมี.ค.54  พื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนายมนตรีรอดชีวิตมาได้ 3.คดีชิงทรัพย์รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ของนายรอบ รอแคว้น โดยนำร่างนายรอบไปทิ้งไว้ในสวนปาล์ม ใกล้ป้อมตำรวจทางหลวง ถนนเส้นทางระหว่าง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวนายรอบ
4.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายวัชระ สืบเชื้อ เมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แล้วนำตัวนายวัชระไปทิ้งไว้ข้างถนนเพชรเกษม บริเวณคอสะพานระหว่าง อ.หลังสวน และ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ขณะนี้ยังไม่พบร่างนายวัชระ 5.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายเจริญ ดาราน้อย เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยถูกวางยานอนหลับแต่นายเจริญรู้ตัวว่าถูกวางยาจึงไล่ผู้ต้องหาลงรถแล้วรีบขับรถออกไปทำให้รอดชีวิตมาได้
6.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายไพฑูรย์ ปัตตาลาโพธิ์ เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมาโดยวางยาฆ่าแมลงก่อนนำร่างนายไพฑูรย์ไปทิ้งไร่อ้อย อ.ชะอำ แต่โชคดีที่นายไพฑูรย์รอดชีวิตมาได้ 7.คดีชิงทรัพย์รถกระบะของนายจุลศิล สลางสิงห์ โดยวางยาฆ่าแมลงจนนายจุลศิลเสียชีวิตโดยพบศพในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร    8.คดีชิงทรัพย์รถกระบะนายจำนงค์ ศรีระชาติ โดยครั้งนี้ผู้ต้องหาพาภรรยาไปด้วย เมื่อวางยาแล้วนำตัวไปทิ้งไว้ใกล้แยกปฐมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ส่วนคดีสุดท้าย คดีที่ 9 คือ คดีฆ่านายสมศักดิ์ ศรีจำปา ท้องที่ สภ.คลองวาฬที่มีการออกหมายจับไว้แล้ว
                   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายนิรุตถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมาและตำรวจนำตัวมาควบคุมไว้ที่ห้องขัง บก.ป.นั้น ผู้ต้องหาได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการนำสายไฟฟ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางที่เก็บไว้ห้องขังข้างๆมาผูกเข้ากับซี่ลูกกรงและแขวนคอตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายแต่สายไฟขาดทำให้ผู้ต้องหาหล่นลงมาหัวกระแทกพื้นแตกเล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรดูแลห้องขังได้ยินเสียงผิดสังเกตจึงรีบเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ที่ทราบเรื่องดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกี่ยวกับอาถรรพ์ห้องขังกองปราบที่มีผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศซึ่งใส่เสื้อกร้ามสีแดงเคยผูกคอตายภายในห้องขัง และต่อมาก็มีผู้ต้องหาอีกรายหลายที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังแห่งนี้พยายามฆ่าตัวตายหรือถูกสิ่งเร้นลับรบกวน จากนั้นมาก็มีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้.

นายกฯไทย-จีนเห็นชอบหลายโครงการความร่วมมือ(ชมภาพชุด)



















วันนี้ ( 17 เม.ย.)  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เวลา 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าพักที่เรือนรับรองรัฐบาลเตี้ยวหยูไถ่ ทั้งนี้ ผู้จัดการเตี้ยวหยูไถ่ มอบตราประทับชื่อนายกรัฐมนตรีเป็นภาษาจีนให้เป็นที่ระลึกด้วย
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่ลานหน้ามหาศาลาประชาชน ด้านทิศตะวันออก โดยมีนาย เวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน นำเดินแถวตรวจกองทหารเกียรติยศ จากนั้น ผู้นำทั้ง 2 ได้เข้าหารือข้อราชการเต็มคณะ ก่อนที่ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและเอกสาร ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการหารือ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาในสาขาที่ยั่งยืนของไทย ได้แก่ 1.การจัดหาคอมพิวเตอร์แบบพกพา(แท็บเล็ต)ให้นักเรียน 2.ความร่วมมือด้านรถไฟ 3.พลังงานสะอาด และ 4.การบริหารจัดการน้ำ
นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องที่จะกำหนดทิศทางและตั้งเป้าความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน ในการเพิ่มการค้าร้อยละ 20 ต่อปี  เพิ่มการลงทุนร้อยละ 15 ใน 5 ปีข้างหน้า และเพิ่มการท่องเที่ยวร้อยละ 20 ใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีขอให้จีนตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ที่เข้าไปลงทุนในจีนแบบครบวงจร พร้อมเชิญชวนนักลงทุนจีนมาลงทุนในสาขาที่ไทยส่งเสริมการลงทุน อาทิ ผลิตภัณฑ์ยางพารา ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงานลมและชีวภาพ 
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังเสนอให้ 2 ฝ่าย พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเน้นเชิงคุณภาพมากขึ้น และขอให้รัฐบาลจีนอนุมัติการจัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่นครกวางโจว และย้ำการกระชับความสัมพันธ์กับจีน เป็นรายมณฑล
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีของจีนยังแสดงคงามประสงค์ให้แพนด้า "หลินปิง" อยู่ในประเทศไทยต่อไป โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ประเทศ ไปหารือกันในรายละเอียดอีกครั้ง
สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยและจีน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงคมนาคมในภูมิภาค ด้วยการเปิดเส้นทาง R3 A เชื่อมคุนหมิง-ยูนาน-ลาว-ไทย ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย และการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 4 และกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึงไทยขอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เกี่ยวกับระดับน้ำไทย-จีน ในฤดูแล้ง อย่างต่อเนื่องทุกปี  และโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญนายกรัฐมนตรีจีน มาร่วมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก(ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. - 1 มิ.ย.นี้ด้วย