วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

โฆษกศาลยัน "แม้ว"ไม่เคยโผล่คุยผู้พิพากษาช่วยเสื้อแดง


วันนี้ ( 25 มี.ค.) นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินถึงกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จ.สุรินทร์เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ตอนหนึ่งว่า ได้ประสานกับผู้พิพากษาเรื่องการประกันตัวคดีของคนเสื้อแดงไว้แล้วและหากไม่มีเงินประกันจะช่วยออกให้ ว่า ตนไม่ได้ฟังข้อความทั้งหมด แต่เท่าที่ติดตามข่าวจากสื่อ พ.ต.ท.ทักษิณอาจพูดเชิงการเมืองให้คนรู้สึกคล้อยตาม แต่ความจริงคือ ไม่เคยมีการประสาน เพราะศาลไม่ต่อสายคุยกับการเมือง และการเมืองไม่เคยต่อสายคุยกับศาล ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือใครก็ตาม การประกันเป็นเรื่องเฉพาะคดี เฉพาะคน และแต่คดีก็มีองค์คณะผู้พิพากษารับผิดชอบ ไม่มีที่จะไปพูดคุยกับผู้พิพากษาคนหนึ่งแล้วจะไปคุมคดีอื่นได้ 100 สำนวน การประสานที่พูดถึงจึงเป็นไปไม่ได้  การทำงานผู้พิพากษาเราทำตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระปรมาภิไธย โดยอำนวยความยุติธรรมที่ปราศจากอคติ ขณะที่ผ่านมาประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นประมุขตุลาการ 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตยไม่เคยให้นโยบายใดๆเรื่องนี้ที่จะไปก้าวก่ายการบริหารคดีของผู้พิพากษาที่จะทำให้ถูกสั่งซ้ายหัน ขวาหันได้ แต่ประธานศาลฎีกาให้เรายึดมั่นอุดมการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ไม่มีอคติ

เมื่อถามว่า คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นจะเป็นการดูหมิ่นผู้พิพากษา ศาลยุติธรรมและจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ นายสิทธิศักดิ์  กล่าวว่า ตนไม่อยากฟันธงว่าคำพูดที่ว่ามีการประสานผู้พิพากษาผิดหรือไม่ ซึ่งศาลไม่ได้ต้องการเป็นคู่ความคดีใดกับใคร แต่เราก็ติดตามสถานการณ์โดยตลอด ถ้าหากมีการพูดอะไรที่เจตนาทำให้องค์กรศาลยุติธรรมเสียหายถูกลดความน่าเชื่อถือ เปรียบเหมือนหากมีคนเอาระเบิดเพลิงมาปาใส่บ้านเรา อย่างนั้นก็จะต้องมีการดำเนินการ โดยเริ่มจากมาตรการอ่อนสุดคือการชี้แจง ทำความเข้าใจ ไปจนถึงเข้มสุดคือการดำเนินคดี ส่วนที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรต้องมาชี้แจงให้ชัดเจนใช่หรือไม่นั้น เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณผูกเรื่องนี้แล้วก็ต้องเรียนแก้เอง เพราะไม่รู้ว่าการประสานที่พูดหมายถึงอะไร ไปพูดกับใคร แต่ถ้าจะเป็นการประสานคดียืนยันว่าไม่มี ซึ่งคดีของเสื้อเหลือง เสืิอแดงก็มีทั้งสองฝ่ายที่ฟ้องต่อศาล  ขณะที่คดีของท่านก็มีทั้งที่ศาลตัดสินและยังค้างอยู่ในศาล ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจึงแสดงให้เห็น ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

“มาร์ค”ทำจม.เปิดผนึกฉบับที่3ร้องพระปกเกล้าถอนผลวิจัย


วันนี้ ( 25 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า  ตนได้ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 3 ในเรื่องกระบวนการสร้างความปรองดอง เพราะตนมองว่าขณะนี้กระบวนการสร้างความปรองดองเดินทางมาถึงจุดที่เรียกว่าแขวนอยู่บนเส้นด้าย เนื่องจากกำลังมีการหยิบร่างงานวิจัยฉบับย่อเรื่องการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ไปบิดเบือนเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม และจะใช้เสียงข้างมากมาทำเรื่องนี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองจะเดินไปไม่ได้ ตนได้เห็นร่างรายงานของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ที่หยิบยกร่างงานวิจัยฉบับนี้มาสรุปเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ โดยมุ่งเน้นการนิรโทษกรรมทุกคดี รวมถึงการล้มคดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และไม่ให้มีการนำมาพิจารณาใหม่ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคณะผู้วิจัย  ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดถึงเรื่องนี้ในลักษณะรับลูกสั้นๆว่าจะให้เรื่องนี้ยุติในเวทีสภาผู้แทนราษฎร แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดตามข้อเสนอของคณะผู้วิจัย ถือเป็นการโยนความรับผิดชอบให้พ้นตัว จึงขอให้นายกฯต้องอ่านรายงานและฟังที่ผู้วิจัยชี้แจง ก่อนที่รวบรัดตัดตอนว่าเป็นเรื่องของสภาฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า จดหมายของตนจึงมีข้อเรียกร้องไปถึง 3 ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายคณะผู้วิจัยซึ่งตนขอให้ถอนรายงานผลวิจัย  2.ฝ่ายคณะกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ต้องประชุมเพื่อกำหนดท่าทีที่ชัดเจนโดยเร็ว และ 3.พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ในฐานะประธาน กมธ.ปรองดอง ที่ไม่ยอมให้มีการประชุมกมธ.อีก และปล่อยให้คนไม่กี่คนเขียนรายงานของกมธ. ซึ่งอาจจะรู้กันเฉพาะพล.อ.สนธิ กับนายชวลิต จะทำให้เกิดการบิดเบือนงานของคณะผู้วิจัย และกลายเป็นกมธ.ปรองดองกำลังสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ตนจึงขอให้เรียกประชุมกมธ.วเพื่อทบทวน
เมื่อถามว่าถ้ามีการนิรโทษกรรมและล้มคดี คตส. จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาอย่างเท่ๆตามที่ปราศรัยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.สุรินทร์ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการล้มคดี ทุกอย่างก็กลับมาได้โดยไม่ต้องรับผิด ส่วนจะเท่หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะคนที่ถูกศาลตัดสินว่าทำผิดและยังมีคดีที่ค้างคาอีกมาก แต่ไม่พิสูจน์ว่าตัวเองทำผิดหรือไม่ จะเท่ได้อย่างไร และทำไมฝ่ายต่างๆจึงไม่มองให้เห็นว่ามีความพยายามนำคำว่า “ปรองดอง” มาบังหน้าเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ต้องคดี แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ของสังคม
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่ากำลังพูดคุยกับผู้พิพากษาอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยิ่งตอกย้ำว่าขณะนี้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ถูกแทรกแซงได้ ไม่มีความเป็นกลาง และแสดงว่ากระบวนการยุติธรรมในความหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพวก คือต้องให้พวกของตัวเองเป็นคนตัดสินเอง  อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าฝ่ายตุลาการน่าจะทำความเข้าใจกับสังคมในเรื่องการทำงานในระบบตุลาการ อย่าให้ประชาชนเข้าใจในทางที่ผิด มิฉะนั้น ต่อไปนี้เท่ากับว่าถ้าใครไม่พอใจคำตัดสินของฝ่ายตุลาการ แต่มีอิทธิฤทธิ์ในทางการเมืองจะด้วยวิธีใดก็มาล้มล้างได้ ใครมีอำนาจก็สามารถเขียนได้กำหนดได้ว่าใครถูกใครผิด ซึ่งมันไม่ใช่ประชาธิปไตย.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

" บิ๊กอ๊อด" ยันผบ.เหล่าทัพไม่มีแนวคิดตั้งคมช. 2


วันนี้ ( 26 มี.ค.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ปรึกษานายกฯฝ่ายความมั่นคง ระบุทหารยังมีการเคลื่อนไหวจะจัดตั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ( คมช. 2) และเตรียมจะทำปฏิวัติรัฐประหารล้มรัฐบาลอีกครั้ง ว่า ตนยังมองไม่เห็นว่าจะมีบรรยากาศ เหตุผล และสถานการณ์อะไรที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติขึ้น  วันนี้ตนเชื่อมั่นกองทัพอย่างมาก และในฐานะที่เคยเป็นอดีต รมว.กลาโหม มีความใกล้ชิดกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทั้ง 4 คน มีความใกล้ชิดทั้งในงานและส่วนตัวทำให้เชื่อว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ นอกจากนั้นตนยังเห็นความร่วมมือจากทุกเหล่าทัพที่ให้กับรัฐบาลอย่างดีมาก ในฐานะที่เป็นพี่น้องพูดคุยกันได้ วันนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไร  และไม่มีอะไรที่ทหารขอมาแล้วไม่ได้ ปัญหาการโยกย้ายนายทหารกลางปีก็ไม่มี เพราะเป็นการโยกย้ายเพื่อปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ผู้ที่ใกล้เกษียณหรือผู้ที่เกษียณได้ยศสูงขึ้นเพื่อตอบแทนคุณงามความดีที่ทำงานให้กับกองทัพ

เมื่อถามว่า ปัจจัยทางการเมืองจากกรณีที่มีการเรียกร้องให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.เปิดเผยเบื้องหลังการทำปฏิวัติ19ก.ย.49 และกระบวนการสร้างความปรองดอง จะเป็นปัจจัยให้เกิดการปฏิวัติล้มรัฐบาลขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับกองทัพ ทางทหารยังไม่ได้หารือกันถึงเรื่องนี้  และเรามีแนวทางชัดเจนว่าจะต้องมีการหารือกันอย่างใกล้ชิด และอะไรที่รัฐบาลจะทำ ต้องหารือกับทางทหารด้วย เช่น  การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้  ที่มี ส.ส.บางคนของพรรคเสนอแนวคิดเรื่องนครรัฐปัตตานีนั้น ทหารไม่สนับสนุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการจะพูดจาอะไรจะต้องทำความเข้าใจกัน  รัฐบาลกับทหารจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปคนละทาง  ทหารฟังนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกฯ พยายามเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จะทำให้เกิดปัญหาและเป็นสาเหตุทำให้เกิดการรัฐประหารอีกหรือไม่  พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายทหารไม่ได้พูดคุยและแสดงความคิดเห็นกันถึงเรื่องนี้ ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปเล่นสงกรานต์ในลาวและกัมพูชาได้มีการประสานงานกันไว้ล่วงหน้าแล้ว  ทีจะมีคนเสื้อแดงและส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากเดินทางไปร่วมรดน้ำดำหัวพ.ต.ท.ทักษิณนั้นถือว่าเป็นเรื่องของการไปเยี่ยมเยียนและเคารพนับถือกันเป็นการส่วนตัว  เป็นความรู้จักของคนที่ผูกพันใกล้ชิดกัน ไม่ได้กระทบกรเทือนต่อความมั่นคงของประเทศแต่อย่างใด และที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณถูกทางการอิตาลีกักตัวในสัปดาห์ที่ผ่านนั้น เป็นเรื่องของการประสานงาน เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วก็ปล่อยตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กทั้งนั้นแต่กลายเป็นเรื่องใหญ่ เท่าที่ตนได้สอบถามนายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศและสำนักข่าวกรองแห่งชาติแล้ว  ไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่เป็นการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

หนุ่มคลั่งยำคนสนิท“มะ โพธิ์งาม”ชิงรถหนี



วันนี้ (26 มี.ค.) เวลา 00.30 น. ร.ต.อ.สมพร พรธานิศกุล ร้อยเวร สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีมีคนถูกทำร้ายที่ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ “ประเสริฐการช่าง” เลขที่ 56 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลเมืองสองพี่น้อง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรรค์ นิ่มนวล ผกก. พ.ต.ท.สุภาพ วินิพิฐพงษ์ รอง ผกก.ป. และกำลังสายสืบสายตรวจจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือดกองใหญ่ ส่วนคนเจ็บถูกนำส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ทราบชื่อนายประเสริฐ วรรณศิริ หรือเสี่ยตุ่น อายุ 59 ปี ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปสอบถามนายประเสริฐ เบื้องต้นเผยว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายจิระ นาคทอง หรือระ อายุ 53 ปี และ นายประวิทย์ นาคทอง หรือเล็ก อายุ 42 ปี น้องชาย ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คนนำโทรศัพท์มือถือมาเสนอขายให้ในราคา 500 บาท อ้างว่าต้องการนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพย์ แต่ตนตอบปฏิเสธ ทั้ง 2 คน จึงเปลี่ยนข้อเสนอมาเป็นจำนำเครื่องไว้ในราคา 200 บาท และตนถูกบอกปัดไปอีก ทั้ง 2 คนจึงเกิดโมโห คว้าท่อนเหล็กรุมกระหน่ำตีจนสลบล้มลงกับพื้น จากนั้น 2 คนร้ายได้ชิงรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีเขียว ทะเบียน บม 9886 นครปฐม หลบหนีไป
ต่อมา ร.ต.ต.ณัฏฐากร โพธิ์พระ รอง สวป. นำกำลังออกติดตามคนร้ายไปจนถึงบริเวณซอยโรงน้ำแข็งห่างจุดเกิดเหตุไปเล็กน้อย และคนร้ายเห็นจวนตัว จึงจอดรถยนต์ทิ้งไว้และกระโดดลงไปในคลองสองพี่น้องอาศัยความมืดว่ายน้ำหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
สำหรับนายประเสริฐ หรือเสี่ยตุ่น เป็นหัวคะแนน และเป็นคนสนิท พล.ท.มะ โพธิ์งาม อดีต ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 พรรคเพื่อไทย และเป็นผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.กาญจนบุรีอีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

ยิ่งลักษณ์ชวนเกาหลีใต้เพิ่มการลงทุนในไทย



วันนี้ (26 มี.ค.) ที่โรงแรมล็อตเต้ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนา " Unbeatable Thailand Unparalleled Opportunitiesb: Business Environment and Investment Policies" ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนต่อนักลงทุนชาวเกาหลี และใช้เป็นเวทีหารือทางธุรกิจระหว่างนักธุรกิจไทย-เกาหลีใต้  เพิ่มปริมาณการค้าระหว่าง 2 ประเทศและลดอุปสรรคทางการค้าการลงทุน โดยมีผู้เข้าร่วมงานเป็นภาคเอกชนบริษัทชั้นนำและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของเกาหลี เช่น ซัมซุง  แอลจี ฮุนได เควอเตอร์ เข้าร่วมรับฟัง พร้อมร่วมงานรับประทานอาหารกลางวันภาคธุรกิจไทย-เกาหลีใต้

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์ว่า ที่ผ่านมาไทยและสาธารณรัฐเกาหลีมีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่แข็งแรง โดยมี 500 บริษัทของเกาหลีที่ดำเนินธุรกิจการค้าและการลงทุนในไทย ซึ่งในปี 54 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 15.1 พันล้านวอน ขณะที่การลงทุนเพิ่มขึ้น 51%  การท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเกาหลีเข้าไทยกว่า 1 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยเข้าเกาหลี 310,000 คน จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการขยายตัวทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อเนื่อง ส่วนปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้มีการลงทุนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันอุทกภัยช่วงฤดูฝนปีนี้ โดยมีการปรับอัตราการกักเก็บน้ำเพื่อให้เขื่อนเก็บน้ำได้มากขึ้นช่วงหน้าฝน ป้องกันเขตอุตสาหกรรมที่มีแนวกันน้ำรอบๆนิคมอุตสาหกรรม พร้อมจัดตั้ง ศูนย์สั่งการเดียว หรือ ซิงเกิล คอมมานด์ เข้ามาเสริมการทำงานแบบวันสตอปเซอร์วิส ในการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว และมีระบบการพยากรณ์ การเตือนภัย เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน จึงมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังประสบภัยหาอุทกภัย เนื่องจากการส่งออกแข็งแกร่ง การใช้จ่ายโครงการบริหารจัดการน้ำ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 5.5 - 6.5% อีกทั้งด้วยสถานะทางการเงินการคลังที่แข็งแรง จะเป็นปัจจัยให้รัฐบาลสามารถขยายการลงทุนได้ สำหรับการดึงดูดการลงทุนต่างชาติได้ออกมาตรการช่วยเรื่องการลงทุนง่ายขึ้น ทั้งการลดภาษีรายได้ของบริษัทเหลือ 20% ในปี 56 และส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย ที่สำคัญไทยจะมีการลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ระยะเวลา 5 ปี ลงทุน 72,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ หรือ ศูนย์กลางสินค้า ผลิตภัณฑ์ในการเชื่อมโยงเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในการดึงการลงทุนเข้าประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนนักลงทุนเกาหลีใต้มาลงทุนในไทยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า  รถยนต์และอะไหล่  พลังงานทางเลือก และเกษตรแปรรูป พร้อมย้ำว่า ความเป็นหุ่นส่วนระหว่าง 2 ประเทศจะพัฒนามากขึ้น และภาคเอกชนเกาหลีใต้จะเป็นหลักสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนนี้ ขอให้มีความเชื่อมั่นในประเทศไทย

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

ฆ่าโหดเมียอส.ชุมชนดับผัวกระสุนเจาะสาหัส



วันนี้ (26 มี.ค.) เวลา 00.30 น. พ.ต.ท.ณัฐพล สิทธิมงคล พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและที่บริเวณซอยรังสิต-นครนายก 26 แยก 1 หมู่ 3 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ ผกก. พ.ต.ท.มงคล จิตต์พรหม สว.สส. แพทย์โรงพยาบาลประชาธิปัตย์และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เขต 1 (ศพฐ.1) และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบศพนางอำพร สิงห์สวัสดิ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/26 ถนนรังสิต-นครนายก 26 แยก 1 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ศีรษะ 1 นัด และน่องขวาอีก 1 นัด ใกล้กันพบกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อนายสากล อุททาแสง อายุ 37 ปี สามีนางอำพร อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 16 ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ถูกยิงที่สะโพกซ้าย 1 นัด โดยนายนายสากล เปิดเผยว่า ตนและภรรยาเป็นอาสาสมัครตำรวจชุมชน และพักอยู่ในซอยเกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มเหล้ากับเพื่อน ๆ ที่ร้านอาหารใน ต.คูคต  แต่ระหว่างเดินทางกลับบ้านพัก มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 20-23 ปี ขี่รถ จยย.ตามมาประกบ แล้วคนซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่ จนทำให้ตนได้รับบาดเจ็บและภรรยาเสียชีวิตก่อนหลบหนีไป
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว หรือเขม่นกันกับกลุ่มวัยรุ่นในร้านเหล้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุทีแน่ชัดเพื่อไว้ใช้เป็นแนวทางติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th     

ลวงฆ่าโหดสาวหมกสวนผลไม้ใช้ไม้ฟาดหน้าเละ



วันนี้ ( 26 มี.ค.) เวลา 06.12 น. ร.ต.อ.หญิงเสาวลักษณ์ ตรีมรรค ร้อยเวร สภ.เมืองยะลา รับแจ้งพบหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในสวนผลไม้ บ้านตราแดะ หมู่ 3 ต.บันนังสาเร็ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิเพชร  พิพัฒนเพชรภูมิ  รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา พ.ต.ท.สนธยา  ธูปทอง  รอง ผกก.(ป.) ร.ต.ท.ซำซูเด็ง ยาแม รอง สวป. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และ กำลัง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุภายในสวนผลไม้ใกล้กับเขื่อนชลประทาน พบศพหญิงสาว อายุประมาณ 16 – 20 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อหนาวสีน้ำเงิน แขนยาว กางเกงยีนสีน้ำเงิน ใบหน้ามีร่องรอยการทุบตีจนเละ มีคราบเลือดเกาะเต็มหน้า ส่วนในตัวไม่พบเอกสารใด ๆ ข้างศพพบรองเท้าส้นสูงแบบสตรีและท่อนไม้เปื้อนเลือดยาวประมาณ 1 เมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงไม่มีใครทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายลวงมาจากพื้นที่อื่น แล้วทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้นำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วยหรือไม่ และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

แหล่งที่มาของข้อมูล www.dailynews.co.th